Key Takeaways
- โปรแกรม Ultraformer MPT คือ HIFU รุ่นล่าสุดจาก Classys ที่ส่งพลังงานลงได้หลายระดับความลึกถึงชั้น SMAS ยกกระชับได้โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีช่วงพักฟื้น
- จำนวนช็อตที่ “คุ้ม” ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ ไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี เช่น กรอบหน้าและใต้คางใช้ช็อตน้อยกว่าการทำทั่วใบหน้าอย่างชัดเจน
- ราคาแปรเปลี่ยนตามจำนวนช็อตและหัวยิงที่ใช้ หากราคาถูกผิดปกติ อาจมาจากการใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้หัวยิงซ้ำ
- รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่หลังทำครั้งแรก และผลลัพธ์จะชัดที่สุดในช่วง 1-3 เดือนเมื่อคอลลาเจนสร้างใหม่เต็มที่
ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย มีริ้วรอย กรอบหน้าไม่ชัดเจน และปัญหาเหนียงใต้คาง ล้วนเป็นสัญญาณแห่งวัยที่หลายคนกังวลใจ แต่ในปัจจุบันนวัตกรรมความงามได้พัฒนาไปมาก ทำให้สามารถช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูดีขึ้นได้โดยยังไม่ต้องพึ่งมีดหมอ
บทความนี้จะพามารู้จักกับนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างโปรแกรม Ultraformer MPT ว่าเครื่องมือนี้คืออะไร ช่วยอะไรบ้าง และควรทำโปรแกรม Ultraformer MPT กี่ช็อตถึงจะเหมาะสม ในราคาประมาณเท่าไร และหลังจากทำโปรแกรม Ultraformer MPT แล้ว เห็นผลกี่วัน พร้อมตอบทุกข้อสงสัยครบทุกมิติ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำ
โปรแกรม Ultraformer MPT คืออะไร ?
Ultraformer MPT คือ เครื่องยกกระชับใบหน้าและสัดส่วนด้วยเทคโนโลยี High Intensity Focused Ultrasound (HIFU) รุ่นล่าสุดในซีรีส์ Ultraformer ผลิตโดยบริษัท Classys จากประเทศเกาหลีใต้ นวัตกรรมนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง ลงลึกไปถึงโครงสร้างผิวชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
การส่งพลังงานลงไปที่ชั้น SMAS จะทำให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ผิวหน้าดูกระชับขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในระยะยาว ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาแลดูอ่อนเยาว์ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ไม่ทำให้เกิดบาดแผล และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
MPT (Micro Pulsed Technology) ต่างจาก HIFU รุ่นเดิมอย่างไร ?
เทคโนโลยี Micro Pulsed Technology (MPT) คือจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Ultraformer MPT แตกต่างจาก HIFU รุ่นเดิม (Ultraformer III) ด้วยการพัฒนารูปแบบการปล่อยพลังงานที่ละเอียดและครอบคลุมยิ่งขึ้น
- ความละเอียดของการปล่อยพลังงาน : เทคโนโลยี MPT ปล่อยพลังงานที่มีความละเอียดสูงถึง 417 Dots ต่อ 1 Line ในขณะที่ HIFU รุ่นเดิมปล่อยพลังงานเป็นจุดขนาดใหญ่เพียง 17 Dots ต่อ 1 Line
- ลักษณะการเรียงตัวของพลังงาน : จุดพลังงานของ MPT มีความละเอียดมากจนเรียงตัวแทบจะเป็นเส้นตรง ระยะห่างระหว่างจุดแทบไม่มีเลย ต่างจากรุ่นเดิมที่มีระยะห่างระหว่างจุดชัดเจน
- การลดการสูญเสียพลังงาน : การที่จุดพลังงานแนบสนิทไร้ช่องว่าง ทำให้การสูญเสียพลังงานในแต่ละ Line ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้พลังงานกระจายตัวได้สม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ เครื่อง Ultraformer MPT ยังแบ่งการทำงานออกเป็น 4 โหมดหลัก เพื่อให้ครอบคลุมทุกปัญหาผิว ได้แก่
- Normal Mode : ส่งพลังงานเป็นจุดเรียงต่อกันอย่างแม่นยำและมีความเสถียร เน้นการยกกระชับถึงชั้นโครงสร้างในใบหน้า (SMAS) เพื่อให้กรอบหน้าแลดูชัดเจนขึ้น
- MP Mode : ปล่อยพลังงานเป็นเส้นตรงต่อเนื่อง ทำให้สะสมความร้อนในชั้นผิวได้หนาแน่นและรวดเร็วกว่าเดิม ช่วยลดเวลาทำ และช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยลงระหว่างทำ เหมาะสำหรับการลดไขมันและดูแลความกระชับ
- Ultra Boost Mode : ใช้ร่วมกับหัวยิงแบบปากกา ปล่อยพลังงานแบบจุดหมุนวนเป็นวงกลม สามารถเข้าถึงพื้นที่เล็ก ๆ หรือบริเวณที่มีส่วนโค้งเว้า เช่น รอบดวงตา มุมปาก และร่องแก้ม
- Ultra Boost MP Mode : มอบพลังงานสะสมที่หนาแน่นในบริเวณที่เข้าถึงยาก ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพ รู้สึกสบายผิวขณะทำ
การผสานพลังงานทั้ง 4 โหมดนี้ ช่วยให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาและดึงศักยภาพของเครื่อง Ultraformer MPT ออกมาช่วยดูแลปัญหาความหย่อนคล้อย และเสริมผลลัพธ์ให้แลดูชัดเจนยิ่งขึ้น
เครื่อง Ultraformer MPT ที่ได้มาตรฐานสังเกตอย่างไร ?
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและตรงปก การตรวจสอบเครื่อง Ultraformer MPT ที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ โดยมีจุดสังเกตหลัก ๆ ดังนี้
- แบรนด์และโลโก้ : ต้องมีโลโก้ Classys และแบรนด์Ultraformer MPT ที่ตัวเครื่องอย่างชัดเจน
- Serial Number : คลินิกที่ใช้เครื่องซึ่งผ่านการรับรองจะต้องสามารถตรวจสอบหมายเลข Serial Number กับบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรง
- หัวยิง : กล่องหัวยิงต้องผ่านการซีลมาอย่างดี และแกะกล่องใหม่เพื่อใช้งาน
โปรแกรม Ultraformer MPT ช่วยอะไรได้บ้าง กู้ผิวได้จริงไหม ?
หลายคนอาจสงสัยว่า Ultraformer MPT ช่วยอะไร โดยจุดเด่นของนวัตกรรมนี้คือการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างครอบคลุม โดยช่วยจัดการปัญหาดังต่อไปนี้
- ช่วยยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อย
- ปรับกรอบหน้าให้คมชัด ลดปัญหาใบหน้าไม่ได้สัดส่วน
- ช่วยลดไขมันสะสมบริเวณเหนียงและคางสองชั้น
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
- ฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์
ตำแหน่งที่ทำได้ ทั้งใบหน้าและลำตัว
นอกจากใบหน้าแล้ว ยังสามารถทำได้หลายบริเวณ ทั้งหน้าผาก รอบดวงตา แก้ม กรอบหน้า ใต้คาง และลำคอ รวมไปถึงบริเวณลำตัวที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยและไขมันสะสม เช่น หน้าท้อง ต้นแขน และต้นขา
หัวยิงและระดับความลึกของ Ultraformer MPT
จุดเด่นอีกประการของเครื่อง Ultraformer MPT คือการมีหัวยิงหลากหลายระดับความลึก โดยมีถึง 10 หัว ครอบคลุม 7 ระดับความลึกตั้งแต่ 1.5 มม. ถึง 13 มม. เพื่อช่วยดูแลปัญหาผิวในแต่ละชั้น
ความลึก | ชั้นผิวที่ลงถึง | ปัญหาที่ช่วยดูแล |
1.5 mm | ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) | ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ลดรูขุมขน ริ้วรอยตื้น ๆ |
2.0 mm | ชั้นหนังแท้ (Dermis) / ไขมันชั้นตื้น | ช่วยลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจน ผิวยืดหยุ่น |
3.0 mm | ชั้นหนังแท้ส่วนลึก / ชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) | เน้นการยกกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจน |
4.5 mm | ชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) | ผิวชั้นลึกดูกระชับ ปรับกรอบหน้าให้แลดูชัดเจน |
6 / 9 / 13 mm | ชั้นไขมันชั้นลึก (Body) | หุ่นดูกระชับ ลดไขมันเฉพาะจุด |
หมายเหตุ: แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความลึกและหัวยิงที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
โปรแกรม Ultraformer MPT ยิงกี่ช็อตถึงเหมาะสม ?
จำนวนช็อตที่ใช้ไม่มีกฎตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและบริเวณที่ต้องการแก้ไขของผู้รับบริการแต่ละคน แต่โดยเฉลี่ยแล้ว การทำทั่วใบหน้าจะใช้ประมาณ 300-600 ช็อต ซึ่งการรู้ว่า Ultraformer MPTควรยิงกี่ช็อตจะช่วยให้วางแผนงบประมาณและได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการ
จำนวนช็อตแนะนำแยกตามบริเวณ
บริเวณที่ทำ | จำนวนช็อตที่แนะนำโดยประมาณ |
ทั่วใบหน้า | 300-600 ช็อต |
หน้าผาก / รอบดวงตา | 100-200 ช็อต |
แก้ม / ร่องแก้ม | 200-400 ช็อต |
กรอบหน้า / ใต้คาง (ลดเหนียง) | 200-300 ช็อต |
ลำคอ | 300-400 ช็อต |
หมายเหตุ: จำนวนช็อตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการประเมินของแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของผู้รับบริการแต่ละบุคคล
กรอบหน้าและใต้คาง ใช้เครื่อง Ultraformer MPT ยิงกี่ช็อต
สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยว่า Ultraformer MPT ยิงกี่ช็อตถึงคุ้ม สำหรับกรอบหน้าและใต้คาง คำตอบคือควรใช้ประมาณ 200-300 ช็อต เพื่อให้ได้การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยแพทย์จะใช้เทคนิคการยิงประสานกันระหว่างหัว 4.5 mm เพื่อยกกระชับชั้น SMAS และดึงกรอบหน้าให้ชัดเจน ร่วมกับหัว 3.0 mm เพื่อลดไขมันชั้นตื้น และกระชับผิวบริเวณเหนียง การใช้จำนวนช็อตในช่วงนี้จึงถือว่าเหมาะสมและตอบโจทย์ปัญหาผิวบริเวณใบหน้า
ยิงน้อยเกินไปหรือมากเกินไป ส่งผลอย่างไร ?
การเลือกจำนวนช็อต Ultraformer MPT ต้องพอดี หากยิงน้อยเกินไป พลังงานอาจกระจายไม่ทั่วถึง แต่หากยิงมากเกินความจำเป็น อาจไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นไปกว่าเดิม ความคุ้มค่าที่แท้จริงจึงอยู่ที่การส่งพลังงานลงไปในระดับความลึกที่ถูกต้องโดยแพทย์ มากกว่าการวัดกันที่จำนวนช็อตเพียงอย่างเดียว
ราคา Ultraformer MPT เท่าไร ?
อีกหนึ่งคำถามมาแรงคือ การทำ Ultraformer MPT มีราคาเท่าไร ซึ่งเรตราคาในตลาดปัจจุบันมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับรูปแบบการให้บริการ
Ultraformer MPT คิดราคาอย่างไร ต่อช็อต หรือเหมาโปรแกรม ?
คลินิกเสริมความงามส่วนใหญ่ มักคิดราคา 2 รูปแบบ คือ
- ราคาแบบเหมาโปรแกรม เช่น เหมาทั่วหน้า เหมาเหนียง ซึ่งจะเป็นราคาคงที่ ได้จำนวนช็อตตามที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม
- ราคาแบบคิดตามช็อต เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นเฉพาะจุด หรือต้องการเติมช็อตเพิ่มเติม โดยราคาจะแปรผันตามจำนวนช็อตที่ใช้จริง
Ultraformer MPT ราคาถูกผิดปกติ เสี่ยงอะไรบ้าง ?
หากพบเห็นโปรโมชันที่ราคาถูกเกินไป ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเสี่ยงที่จะเจอเครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการนำหัวยิงที่หมดอายุการใช้งานแล้วมารีไซเคิลใช้ซ้ำ ซึ่งนอกจากจะไม่เห็นผลเพราะพลังงานส่งไปไม่ถึงชั้น SMAS แล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดผิวไหม้หรือมีผลข้างเคียงอีกด้วย
ราคา Ultraformer MPT ที่ TALISA Clinic
ที่ TALISA Clinicโปรแกรม Ultraformer MPT มีราคาเริ่มต้น 10,000-20,000 บาท เราให้บริการด้วยเครื่องที่ได้มาตรฐาน พร้อมให้แพทย์ประเมินสภาพผิวแบบเคสต่อเคส เพื่อออกแบบจำนวนช็อตและแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคุณ
โปรแกรม Ultraformer MPT เห็นผลกี่วัน และอยู่ได้นานไหม ?
นอกเหนือจากความคุ้มค่าแล้ว สิ่งสำคัญที่หลายคนอยากรู้ก่อนตัดสินใจดูแลผิวหน้าคือ ทำ Ultraformer MPT เห็นผลกี่วัน และผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ได้นานไหม ? เนื่องจากการยกกระชับด้วยเทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ที่ผสานทั้งพลังงานจุดเล็กเพื่อยกกระชับผิว และพลังงานจุดใหญ่เพื่อลดไขมัน ร่วมกับรูปแบบการปล่อยพลังงานแบบ Micro Pulsed จะอาศัยกระบวนการตอบสนองของร่างกาย เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ แม้จะไม่เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ในระยะแรกเหมือนการผ่าตัดศัลยกรรม แต่ด้วยการส่งพลังงานที่หนาแน่นและลงลึกถึงชั้น SMAS จะช่วยให้ค่อย ๆ สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของความกระชับได้อย่างดูเป็นธรรมชาติ
ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ หลังทำวันแรกถึง 3 เดือน
- ทันทีหลังทำ :รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง สัมผัสได้ถึงความตึงกระชับของผิว และเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 20%
- 2-4 สัปดาห์ : เริ่มเห็นกรอบหน้าชัดเจนขึ้น ผิวเริ่มเรียบเนียน เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนเริ่มทำงาน
- 1-3 เดือน : เป็นช่วงที่เห็นผลชัด ผิวยืดหยุ่นเต็มที่ โครงหน้าดูเข้ารูป ริ้วรอยลดเลือนลง
Ultraformer MPT อยู่ได้นานไหม และควรทำซ้ำเมื่อไร ?
โดยทั่วไป ผลลัพธ์ของโปรแกรม Ultraformer MPT อยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การดูแลตัวเองหลังทำ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ยาวนาน แนะนำให้กลับมาทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือน
ข้อดีและข้อจำกัดของโปรแกรม Ultraformer MPT
ก่อนตัดสินใจเดินเข้าคลินิก ควรพิจารณาเครื่องUltraformer MPT ให้รอบด้าน ทั้งข้อดีและข้อจำกัดเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
ข้อดีของโปรแกรม Ultraformer MPT
- ช่วยกระชับผิวได้ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ SMAS
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- ใช้เวลาทำน้อยกว่ารุ่นเดิม และเจ็บน้อย
- มีหัวยิงหลายระดับ จัดการปัญหาผิวได้ครอบคลุม
- กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเด็กลงและสุขภาพดีในระยะยาว
ข้อจำกัดของโปรแกรมUltraformer MPT
- ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร ต้องกลับมาทำซ้ำเพื่อคงสภาพ
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยรุนแรง ซึ่งอาจต้องใช้วิธีทางศัลยกรรม
- อาจมีอาการระบมหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ แต่จะหายไปเองในไม่กี่วัน
ใครควรทำและไม่ควรทำ Ultraformer MPT
- ผู้ที่ควรทำ :เช่น ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ผู้ที่มีริ้วรอย ร่องแก้มลึก และผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้าแต่ไม่อยากผ่าตัด
- ผู้ที่ควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทำ :เช่น สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ผู้ที่มีแผลเปิด สิวอักเสบ หรือติดเชื้อบริเวณที่จะทำ และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางกลุ่ม
เตรียมตัวก่อนทำและการดูแลหลังทำ
เคล็ดลับสู่ผลลัพธ์ที่ใช่และตรงใจ เริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากการเตรียมความพร้อมทั้งก่อนทำ Ultraformer MPT และการดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธี
ก่อนทำ 3-7 วัน
ควรงดใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของกรดผลัดเซลล์ผิว เช่น เรตินอยด์, AHA, BHA เพื่อลดความระคายเคือง และควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัด
หลังทำ
เน้นทาครีมกันแดดเป็นประจำ ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด และงดกิจกรรมที่ต้องสัมผัสความร้อนสูงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
โปรแกรม Ultraformer MPT ต่างจาก Ultraformer III และเครื่องยกกระชับอื่นอย่างไร ?
หัวข้อเปรียบเทียบ | โปรแกรม Ultraformer MPT | โปรแกรม Ultraformer III |
เทคโนโลยี / โหมดการทำงาน | MPT (Micro Pulsed Technology) ปล่อยพลังงานละเอียดสูงถึง 417 Dots ต่อ 1 Line พร้อม 4 โหมดการทำงาน | ปล่อยพลังงานแบบจุดเรียงกัน (Normal Mode) 17 Dots ต่อ 1 Line |
ความเจ็บระหว่างทำ | เจ็บน้อยกว่า รู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิว | รู้สึกเจ็บจี๊ด ๆ ลึก ๆ ในชั้นผิวมากกว่า |
ระยะเวลาในการทำ | รวดเร็วกว่า 2.5 เท่า | ใช้เวลามากกว่า |
ความเหมาะสม | เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ครอบคลุม เก็บรายละเอียดสัดส่วนเล็ก ๆ ได้ดี | เหมาะกับผู้ที่ทนความเจ็บได้ระดับหนึ่ง |
เมื่อผิวดูสุขภาพดี ความมั่นใจก็กลับคืนมา เลือกทำโปรแกรม Ultraformer MPT ที่ TALISA Clinic
สัมผัสประสบการณ์ดูแลผิวและยกกระชับรูปหน้าที่ TALISA Clinic ด้วยเครื่อง Ultraformer MPT ที่ได้มาตรฐาน พร้อมแกะกล่องหัวยิงใหม่ทุกเคส ทุกขั้นตอนดูแลโดยแพทย์ที่พร้อมประเมินปัญหาโครงหน้าอย่างละเอียดแบบเคสต่อเคส เพื่อออกแบบจำนวนช็อตที่เหมาะสมและตอบโจทย์สภาพผิวของแต่ละบุคคล ปรับกรอบหน้าให้ดูมีมิติ เต่งดึง และมั่นใจได้ทุกวัน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือส่งรูปประเมินใบหน้าเบื้องต้นได้ที่
- LINE OA: @talisaclinic
- Instagram: talisaclinic
- Facebook: Talisa clinic
- Tel: 062-486-3626
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Ultraformer MPT (FAQs)
Q: อายุเท่าไรถึงเริ่มทำ Ultraformer MPT ได้ ?
A: โดยทั่วไป เครื่อง Ultraformer MPTสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ใช้ตัดสินใจจริง ๆ คือสภาพผิวและระดับความหย่อนคล้อย ไม่ใช่เพียงตัวเลขอายุ หากเริ่มมีปัญหาผิว สามารถให้แพทย์ประเมินก่อนได้
Q: ทำ Ultraformer MPT ร่วมกับโปรแกรมโบท็อกซ์หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ได้ไหม ต้องเว้นระยะกี่วัน ?
A: สามารถทำร่วมกันได้ ภายใต้การประเมินที่เหมาะสมของแพทย์
Q: มีฟิลเลอร์หรือไหมละลายอยู่ในหน้าอยู่แล้ว สามารถทำ Ultraformer MPT ได้หรือไม่ ?
A: การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์โดยปกติจะอยู่ในชั้นผิวที่ลึกกว่า 4.5 มม. พลังงานของเครื่องจึงไม่มีผลกระทบหรือทำให้สารเติมเต็มสลาย แม้จะยิงทับบริเวณนั้นโดยตรงก็ตาม แต่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งว่าเคยรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือทำหัตถการใด ๆ ไว้ในตำแหน่งไหนและเมื่อไร เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนและปรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม
Q: ผู้ชายทำ Ultraformer MPT ได้ไหม ?
A: ผู้ชายสามารถทำโปรแกรม Ultraformer MPT ได้ โดยปกติผู้ชายจะมีชั้นผิวที่หนาและมีโครงสร้างไขมันต่างจากผู้หญิง แพทย์จะทำการปรับค่าพลังงานและจำนวนช็อตให้เหมาะสมกับโครงหน้าของผู้ชาย โดยมักจะเน้นที่การสร้างกรอบหน้าและจัดการบริเวณใต้คางเป็นหลัก
Q: ช่วงที่หน้าเป็นสิวอักเสบ ทำ Ultraformer MPT ได้หรือไม่ ?
A: แนะนำให้รอจนกว่าสิวอักเสบจะหายดีก่อน เนื่องจากการส่งผ่านความร้อนอาจไปกระตุ้นให้สิวเกิดการอักเสบมากขึ้นได้ แต่หากมีสิวเพียงบางจุด แพทย์อาจพิจารณาหลีกเลี่ยงการยิงบริเวณนั้น แล้วเน้นทำในส่วนอื่น ๆ ของใบหน้าแทน
โปรโมชัน Ultraformer MPT






ทำความรู้จักผู้เขียน
Talisa Clinic Team
เราเชื่อว่า “ความงามที่แท้จริง คือตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ” ทาลิสาคลินิกจึงออกแบบทุกบริการให้เหมาะสมกับรูปหน้า ลักษณะผิว และความต้องการของแต่ละคนอย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ความงาม ที่ผ่านการอบรมทั้งในและต่างประเทศ










