กู้ผิววัย 35+ ด้วยโปรแกรม Oligio X คุ้มไหม เหมาะหรือไม่ ?

โปรแกรม Oligio X ต่างจากโปรแกรม RF อื่น ๆ ตรงที่มีเทคโนโลยี GXG Dual-Mode ดูแลผิวชั้นลึก

Key takeaways

  • สำหรับวัย 35+ ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย โปรแกรม Oligio X คือเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยยกกระชับด้วยเทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นอัปเกรด
  • โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี GXG Dual-Mode ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนชั้นตื้นและสลายไขมันชั้นลึก ให้ความรู้สึกเจ็บน้อยลงแต่ส่งพลังงานได้เสถียร
  • หากสงสัยว่า Oligio X จะเห็นผลกี่วัน ผู้รับบริการสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่หลังทำ และผิวจะแลดูฟูแน่นชัดเจนขึ้นในช่วง 3-6 เดือน
  • เป็นหัตถการที่ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยสามารถกลับมาทำซ้ำเพื่อรักษาสภาพผิวได้ทุก 8-12 เดือน
สารบัญบทความ

ส่องกระจกวันนี้ สังเกตไหมว่าผิวหน้าเริ่มไม่ตึงกระชับเหมือนแต่ก่อน สัญญาณความร่วงโรยอย่างร่องแก้มลึกหรือความหย่อนคล้อยเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้น ไลฟ์สไตล์การกู้ผิวของวัย 35+ จึงมักเน้นการดูแลโครงสร้างผิวจากภายในด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งนวัตกรรมที่มักพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้คือ เครื่อง Oligio X ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นอัปเกรด ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาความหย่อนคล้อยได้ถึงผิวชั้นลึก 

TALISA Clinic จะพาไปเจาะลึกกันว่าโปรแกรม Oligio X ดีกว่าเดิมอย่างไร อยู่ได้นานไหม ควรทำซ้ำเมื่อไร เพื่อประเมินว่าผลลัพธ์จะคุ้มค่ากับการลงทุนสำหรับผิวของคนวัย 35+ จริงหรือไม่

ทวงคืนผิวเด็กด้วยเทคโนโลยี GXG Dual-Mode สตาฟผิวชั้นลึกในทุกมิติ

เมื่ออายุเข้าสู่วัย 35+ การผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด โปรแกรม Oligio X จึงออกแบบมาเพื่อรับมือกับปัญหานี้โดยเฉพาะ ด้วยจุดเด่นของเทคโนโลยี GXG Dual-Mode ที่ผสมผสานการปล่อยพลังงานสองรูปแบบเพื่อการดูแลผิวที่ครอบคลุม

  • G Mode (Gliding Mode) : เป็นการปล่อยพลังงานความร้อนแบบต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นตื้น ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แลดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น
  • X Mode : เป็นโหมดการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมันและโครงสร้างผิวชั้นลึก มีส่วนช่วยสลายไขมันเฉพาะจุดและยกกระชับใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อการทำงานของทั้งสองโหมดผสานกันอย่างลงตัว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยกกระชับได้อย่างลึกซึ้งในหลายมิติ สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยว่าทำโปรแกรม Oligio X จะเห็นผลกี่วัน โดยทั่วไปผู้รับบริการมักจะสังเกตเห็นผิวที่ดูตึงกระชับขึ้นประมาณ 20-30% ทันทีหลังทำ และหลังจากนั้นคอลลาเจนใต้ผิวจะถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลลัพธ์แลดูฟูแน่นและชัดเจนเต็มที่ในช่วงเดือนที่ 3-6

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำหัตถการของแต่ละบุคคล

เจ็บน้อยลงแต่ให้พลังงานสูงขึ้น ตัวช่วยประคองผิวไม่ให้เสื่อมสภาพเร็วเกินไป

ปัญหาหลักที่ทำให้หลายคนลังเลและกลัวการทำเครื่องยกกระชับ คือความรู้สึกไม่สบายผิวระหว่างรับบริการ แต่เครื่องรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น

  • อัปเกรดระบบ Intensive Cooling 11 ระดับ : นวัตกรรมนี้ช่วยปล่อยความเย็นเพื่อปกป้องผิวชั้นบนไปพร้อมกับการส่งพลังงานความร้อนลงสู่ผิวชั้นลึก ป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมความร้อนที่ผิวหน้ามากเกินไป
  • ความสบายผิวที่มากขึ้น : ด้วยการกระจายพลังงานที่เสถียรและลงลึกขึ้น ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายผิวขณะทำและเจ็บน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับคนที่กลัวความเจ็บได้เป็นอย่างดี
  • สร้าง Collagen Banking : การสะสมคอลลาเจนใต้ชั้นผิวเปรียบเสมือนการสร้างเกราะประคองผิวไม่ให้หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง 

จะเห็นได้ทั้งความสบายระหว่างทำ และประโยชน์ที่ได้รับนั้น ค่อนข้างเหมาะสมกับสภาพผิวโดยเฉลี่ยของคนวัย 35+ ที่มีความเสื่อมถอยด้านความยืดหยุ่นของผิว จากปริมาณคอลลาเจนที่ผลิตน้อยลง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์หลังทำโปรแกรม Oligio X จะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่หลายคนยังไม่กล้าลงทุน แต่จากสถิติแล้ว ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้ยาวนานประมาณ 8-12 เดือน ซึ่งมีส่วนช่วยประคองผิวให้แลดูอ่อนเยาว์อย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าผิวดูอ่อนวัยคุ้มค่ากับราคาที่ได้จ่ายไป

หัตถการเครื่อง vs การศัลยกรรม วัย 35+ เลือกทางไหนดี ?

โปรแกรม Oligio X ฟื้นฟูผิวหย่อนคล้อยของคนวัย 35+ ไม่ต้องผ่าตัด พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนชึ้นลึก

เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 35+ การตัดสินใจเลือกระหว่างการทำหัตถการยกกระชับด้วยเครื่องและการศัลยกรรมอาจเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

  • ความเหมาะสมตามช่วงวัย : ในช่วงวัยนี้ ปัญหาความหย่อนคล้อยมักจะยังไม่รุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัดดึงหน้า การใช้เครื่องมือทางการแพทย์อย่าง Oligio X จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในการฟื้นฟูและดูแลผิวระยะยาว
  • ประหยัดเวลา : เครื่องรุ่นนี้ใช้เวลาในการทำเพียง 30-40 นาที ด้วยระบบ Auto Mode ที่สามารถคำนวณและปล่อยพลังงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน : เป็นหัตถการที่ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย ไม่มีรอยแผลเปิด หลังทำเสร็จสามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน หรือออกงานสังคมได้ตามปกติ
  • ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ : ให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ และถือเป็นทางเลือกที่ช่วยเซฟงบประมาณ เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบและไม่สะดวกพักฟื้นนาน

จัดตารางรักษางานผิวระยะยาว เพื่อผลลัพธ์การกระชับที่ไม่ขาดตอนด้วยโปรแกรม Oligio X

เพื่อการดูแลผิวให้แลดูสุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง แพทย์มักแนะนำคนที่เคยทำโปรแกรม Oligio X ให้กลับมาทำซ้ำ ทุก ๆ 8-12 เดือน หรือในบางกรณีที่ปัญหาความหย่อนคล้อยค่อนข้างมากอาจเว้นระยะที่ 6 เดือน การกลับมาทำอย่างสม่ำเสมอในขณะที่ผิวยังคงความกระชับอยู่ จะมีส่วนช่วยประคองผลลัพธ์ให้มีประสิทธิภาพและยาวนานขึ้น

ดูแลผิวให้ดูอ่อนกว่าวัยอย่างเป็นธรรมชาติ เจ็บน้อย ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย ด้วยการทำโปรแกรม Oligio X ที่ TALISA Clinic ให้แพทย์ของเราประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาแบบ Case-by-Case เพื่อมอบผลลัพธ์ผิวกระชับ แม้จะอยู่ในวัยที่คอลลาเจนร่วงโรย !

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาก่อนทำโปรแกรมยกกระชับได้เลยวันนี้ 

ข้อมูลอ้างอิง

  • Monopolar Radiofrequency for Dermal Temperature Regulation and Collagen Remodeling: Histological Evidence. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11626309/  

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Oligio X (FAQs)

Q: โปรแกรม Oligio X ทำแล้วผลอยู่ได้นานกี่เดือน ?

A: ผลลัพธ์จากการทำโปรแกรมมักจะคงอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม การใช้ชีวิตประจำวัน และการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละบุคคลร่วมด้วย

A: ด้วยระบบทำความเย็น Intensive Cooling 11 ระดับที่พัฒนาขึ้น ทำให้ป้องกันความร้อนสะสมบริเวณผิวชั้นบน ผู้รับบริการจึงรู้สึกสบายผิวขณะทำมากขึ้นและเจ็บน้อยลง เมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นก่อนหน้า

A: ราคาจะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต (Shot) และตำแหน่งที่ต้องการเน้นย้ำ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนช็อตที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล สามารถติดต่อ TALISA Clinic เพื่อประเมินผิวเบื้องต้นได้เลย

ทำความรู้จักผู้เขียน

ปรึกษาโปรแกรม Botox, Filler, กำจัดขนด้วย YAG Laser, Ultraformer III

บทความจากแพทย์ของเรา

การตัดสินใจเลือกทำหัตถการระหว่าง Ulthera VS Ultraformer III

เทียบ Ulthera VS Ultraformer III จำนวนช็อต ส่งผลอย่างไร ?

การเพิ่มจำนวนช็อตของโปรแกรม Ultraformer III หรือ HIFU ช่วยเพิ่มการกระจายพลังงานสะสมความร้อนให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น แต่ไม่สามารถทดแทนความแม่นยำและการมองเห็นชั้น SMAS ผ่านหน้าจอ Real-Time ของโปรแกรม Ulthera ได้โดยตรง นอกจากนี้ การยิงช็อตเยอะเกินความจำเป็นอาจเสี่ยงต่อปัญหาหน้าตอบ ไขมันฝ่อ หรือผิวระบมบวมแดง ดังนั้น การเลือกทำหัตถการระหว่าง Ulthera VS Ultraformer III VS HIFU จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์เป็นรายบุคคลเพื่อวางแนวการยิง (Vector Lines) และจำนวนช็อตที่พอดีกับโครงสร้างใบหน้า

อ่านเพิ่มเติม
ผู้หญิงผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์ หลังทำโปรแกรม Oligio X อย่างเหมาะสม

ค้นหาคำตอบ โปรแกรม Oligio X ทำกี่ช็อตถึงพอดีกับผิว

ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และกรอบหน้าไม่ชัด เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อคอลลาเจนใต้ผิวเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย และเมื่ออยากหันมาดูแลตัวเองด้วยการเข้าคลินิกและใช้บริการยกกระชับด้วยเครื่อง Oligio X หลายคนมักเกิดคำถามว่าควรใช้จำนวนช็อตเท่าไรจึงจะครอบคลุมปัญหาผิวของตนเอง

อ่านเพิ่มเติม

เปรียบเทียบ Oligio VS Ultraformer และเคล็ดลับวางแผนทำหัตถการ

การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายเทคโนโลยี ซึ่งสองโปรแกรมที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกันคือ Oligio VS Ultraformer เนื่องจากทั้งคู่ใช้พลังงานความร้อน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ใช้พลังงานคนละประเภทและมีรูปแบบการส่งพลังงานที่แตกต่างกัน

อ่านเพิ่มเติม