Key takeaways
Oligio ใช้พลังงาน Monopolar RF เพื่อช่วยปรับความกระชับของผิว ส่วน Ultraformer ใช้พลังงาน HIFU ส่งไปยังจุดโฟกัสในระดับความลึกต่าง ๆ ซึ่งการทำ HIFU กับ RF อาจทำพร้อมกันได้ในผู้ที่ผ่านการประเมินจากแพทย์ โดยไม่จำเป็นต้องเว้นระยะเวลาเท่ากันในทุกกรณี นอกจากนี้ การเลือกโปรแกรม ลำดับการทำ และระยะห่างที่เหมาะสมควรพิจารณาจากสภาพผิว ความหย่อนคล้อย และประวัติการทำหัตถการของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม
การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายเทคโนโลยี ซึ่งสองโปรแกรมที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกันคือ Oligio VS Ultraformer เนื่องจากทั้งคู่ใช้พลังงานความร้อน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ใช้พลังงานคนละประเภทและมีรูปแบบการส่งพลังงานที่แตกต่างกัน
หลายคนจึงสงสัยว่าสองโปรแกรมนี้ทำคู่กันได้หรือไม่ และควรเว้นระยะเท่าไร ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ลำดับการทำ ระดับพลังงาน จำนวนช็อต รวมถึงความจำเป็นในการเว้นระยะ ต้องพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้า ความหนาของชั้นไขมัน และสภาพผิวของแต่ละบุคคลก่อน รวมทั้งการทำความเข้าใจถึงหลักการเบื้องต้น จะช่วยให้สามารถตัดสินใจทำหัตถการได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
Oligio VS Ultraformer ต่างกันอย่างไร ?
Oligio กับ Ultraformer มีความแตกต่างหลักอยู่ที่ชนิดของพลังงานและวิธีส่งพลังงานเข้าสู่เนื้อเยื่อ ดังนี้
- โปรแกรม Oligio ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุแบบ Monopolar RF (Radiofrequency) ความร้อนจะกระจายตัวในเนื้อเยื่อเป็นบริเวณกว้างและสม่ำเสมอ จึงมักพิจารณาใช้ในผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของกรอบหน้า แก้ม หรือแนวกราม
- โปรแกรม Ultraformer ใช้พลังงาน HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) หรือคลื่นเสียงความถี่สูง ที่รวมจุดโฟกัส ลงพลังงานเป็นจุดในระดับความลึกต่างกันตามชั้นของเนื้อเยื่อ จึงมักพิจารณานำมาใช้ในผู้ที่ต้องการดูแลความกระชับของผิวบริเวณใบหน้า
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Oligio VS Ultraformer
เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Oligio กับ Ultraformer มากขึ้น สามารถสรุปให้เห็นได้อย่างชัดเจน ตามตารางต่อไปนี้
หัวข้อ | Oligio | Ultraformer |
ชนิดพลังงาน | Monopolar RF | HIFU |
รูปแบบการส่งพลังงาน | กระจายความร้อนในเนื้อเยื่อ | ลงพลังงานเป็นจุด ตามระดับความลึกที่กำหนด |
จุดเน้นที่มักพิจารณา | ความหย่อนคล้อยของกรอบหน้า มีชั้นไขมันสะสมบริเวณใบหน้า แก้ม เหนียง | ความกระชับของผิวบริเวณใบหน้า |
กลไกร่วมกัน | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยพลังงานความร้อน | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยพลังงานความร้อน |
ทั้งสองโปรแกรมไม่อาจกล่าวได้ว่า เป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับทุกคน ทุกปัญหาสภาพผิว โดยแพทย์จะเป็นผู้เลือกตามลักษณะปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล ผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
Ultraformer กับ Oligio ทำคู่กันได้หรือไม่ ควรเว้นระยะทำหัตถการ ห่างกันนานเท่าไร ?
เนื่องจากพลังงาน HIFU ในโปรแกรม Ultraformer และพลังงาน Monopolar RF ในโปรแกรม Oligio มีระดับความลึกและกลไกการส่งผ่านพลังงานที่แตกต่างกัน การทำ HIFU กับ RF พร้อมกันในรอบเดียว จึงสามารถทำได้ภายใต้ข้อกำหนดและโปรโตคอล (Protocol) ที่แพทย์วางแผนอย่างเหมาะสม โดยแพทย์จะกำหนดระดับพลังงานและแนวทางการยิงเพื่อดูแลให้ปลอดภัย ดังนั้น จึงไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัวว่าจำเป็นต้องเว้นระยะทำหัตถการ 1 สัปดาห์ 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนในทุกกรณี
ทั้งนี้ แพทย์มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา เพื่อเว้นระยะทำหัตถการ ดังตารางต่อไปนี้
ประเด็น | โปรแกรม Oligio (Monopolar RF) | โปรแกรม Ultraformer (HIFU) | แนวทางกรณีทำร่วมกันในครั้งเดียว |
ชั้นผิว | ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิว | ชั้น SMAS ชั้นไขมัน และชั้นหนังแท้ลึก | ส่งพลังงานครอบคลุม ลงคนละชั้นผิว |
ความรู้สึกและสภาพผิวหลังทำ | อาจมีรอยแดงชมพูระเรื่อชั่วคราว หายได้เองใน 1-2 ชั่วโมง | ผิวชั้นลึกอาจรู้สึกตึง ๆ เล็กน้อยใต้ชั้นผิว | แพทย์จะคุมระดับความร้อนรวมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม |
แนวทางพิจารณาหัตถการถัดไป | รับบริการซ้ำได้ตามการประเมินของแพทย์ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6-12 เดือน | รับบริการซ้ำได้ตามการประเมินของแพทย์ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6-8 เดือน | หากทำพร้อมกัน แพทย์จะวางแผนดูแลต่อเนื่องตามสภาพผิว |
ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการทำ Ultraformer และ Oligio ร่วมกัน ?
การใช้สองเทคโนโลยีร่วมกันอาจพิจารณาในผู้ที่มีปัญหามากกว่าหนึ่งระดับ หรือผู้ที่แพทย์ประเมินแล้วว่าการใช้พลังงานเพียงชนิดเดียวอาจไม่ตอบโจทย์เป้าหมายของแต่ละคน ตัวอย่างปัญหา ได้แก่
- กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด
- แก้มและแนวกรามเริ่มหย่อน
- ผิวสูญเสียความแน่นหรือมีริ้วรอยบางส่วน
ผู้ที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยอาจไม่จำเป็นต้องทำสองโปรแกรมพร้อมกัน การเลือกเฉพาะเทคโนโลยีที่ตรงกับปัญหาหลักอาจเพียงพอ และช่วยลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น
วางแผนทำโปรแกรม Ultraformer กับ Oligio ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน
การดูแลผิวพรรณให้ได้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติตามเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องทำหลายหัตถการพร้อมกันเสมอไป สิ่งสำคัญคือเริ่มต้นจากการประเมินสภาพผิวจริง เพื่อวิเคราะห์ระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณชั้นไขมัน และคุณภาพผิวในปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่สนใจต้องการปรับกรอบหน้าและฟื้นฟูผิว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี Ultraformer กับ Oligio เพื่อทำความเข้าใจหลักการทำงานเบื้องต้น หรือเข้ารับการประเมินโครงสร้างใบหน้าโดยแพทย์ก่อนทำได้ที่ TALISA Clinic เพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE OA : @TALISAclinic
- Instagram : TALISAclinic
- Facebook : TALISA Clinic
- Tel : 062-486-3626
ข้อมูลอ้างอิง
- Combined treatment for skin laxity of the aging face with monopolar radiofrequency and intense focused ultrasound in Korean subjects. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29469595/
- Comparative Study of Monopolar Radiofrequency and High-Intensity Focused Ultrasound for Facial Rejuvenation: A Split-Face Approach. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41405928/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Ultraformer กับ Oligio (FAQs)
Q: ทำ Ultraformer กับ Oligio แล้วจะเริ่มเห็นผลเมื่อไร ?
A: ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผลแตกต่างกันตามสภาพผิว และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล บางคนอาจสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังทำ ขณะที่ผลลัพธ์ด้านความกระชับอาจค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เนื่องจากกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนต้องใช้เวลา
Q: หลังทำ Ultraformer กับ Oligio ต้องพักฟื้นหรือหยุดงานหรือไม่ ?
A: โดยทั่วไปหัตถการยกกระชับทั้งสองชนิดไม่จำเป็นต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน แต่อาจมีอาการแดง บวม กดเจ็บ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ทำชั่วคราวได้ ระยะเวลาที่อาการจะดีขึ้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หากมีอาการผิดปกติรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรติดต่อแพทย์เพื่อรับการประเมิน
Q: หากเคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์หรือร้อยไหมมาแล้ว สามารถทำ Oligio หรือ Ultraformer ได้หรือไม่ ?
A: ผู้ที่เคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์หรือร้อยไหม ควรแจ้งแพทย์ก่อนรับบริการ พร้อมระบุบริเวณที่ทำ ชนิดของวัสดุ และช่วงเวลาที่ทำหัตถการล่าสุด เนื่องจากพลังงานความร้อนอาจมีผลต่อเนื้อเยื่อหรือวัสดุที่อยู่ใต้ผิวได้แตกต่างกัน แพทย์จึงต้องประเมินความเหมาะสม ตำแหน่งที่สามารถทำได้ และระยะเวลาที่ควรรอก่อนเริ่มหัตถการ
Q: ผลลัพธ์จาก Oligio และ Ultraformer อยู่ได้นานแค่ไหน ?
A: ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย และการเปลี่ยนแปลงของผิวตามวัย รวมถึงเทคโนโลยีและแผนการรักษาที่ใช้ จึงไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่นอนสำหรับทุกคนได้ แนะนำให้แพทย์ประเมินผลหลังทำและวางแผนการดูแลต่อเนื่องตามความเหมาะสม
ทำความรู้จักผู้เขียน
Talisa Clinic Team
เราเชื่อว่า “ความงามที่แท้จริง คือตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ” ทาลิสาคลินิกจึงออกแบบทุกบริการให้เหมาะสมกับรูปหน้า ลักษณะผิว และความต้องการของแต่ละคนอย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ความงาม ที่ผ่านการอบรมทั้งในและต่างประเทศ









