Key takeaways
การเลือกเข้ารับโปรแกรม Oligio X โดยใช้จำนวนช็อตที่พอดีกับสภาพผิวนั้น ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและบริเวณที่ต้องการดูแล โดยการดูแลรอบดวงตาใช้ประมาณ 100-200 ช็อต แก้มและร่องแก้ม 300-400 ช็อต ทั่วใบหน้า 600 ช็อต และหากรวมลำคอด้วยจะอยู่ที่ 900-1,200 ช็อต โดยจำนวนช็อตที่พอเหมาะจะช่วยให้พลังงานคลื่นวิทยุกระจายตัวได้ดี ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผิวดูกระชับมากขึ้น ซึ่งการประเมินสภาพผิวก่อนรับบริการจะช่วยให้การวางแผนดูแลผิวและการคำนวณค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์ผู้รับบริการมากกว่าเดิม
ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และกรอบหน้าไม่ชัด เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อคอลลาเจนใต้ผิวเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย และเมื่ออยากหันมาดูแลตัวเองด้วยการเข้าคลินิกและใช้บริการยกกระชับด้วยเครื่อง Oligio X หลายคนมักเกิดคำถามว่าควรใช้จำนวนช็อตเท่าไรจึงจะครอบคลุมปัญหาผิวของตนเอง
สำหรับการประเมิน Oligio X ในจำนวนช็อตที่พอดีกับระดับความหย่อนคล้อย คือตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังรับบริการ ดังนั้น การทำความเข้าใจหลักการและจำนวนช็อตที่เหมาะสม จะช่วยให้วางแผนดูแลตัวเองได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
โปรแกรม Oligio X แตกต่างจากการทำ RF ทั่วไปอย่างไร ?
การดูแลผิวด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับโปรแกรม Oligio X เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF (Radiofrequency) รุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การดูแลผิวให้ผ่อนคลายและได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ความแตกต่างที่สัมผัสได้ชัดเจนคือ การพัฒนาระบบกระจายพลังงานให้ทำงานร่วมกับระบบทำความเย็นแบบใหม่
เมื่อเครื่องมือปล่อยพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ระบบทำความเย็นจะทำงานสอดประสานกัน เพื่อลดการสะสมความร้อนบนผิวชั้นบน ทำให้ผิวชั้นนอกได้รับการปกป้อง ในขณะที่พลังงานยังคงลงลึกไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว กลไกนี้ช่วยให้เกลียวคอลลาเจนที่คลายตัวกลับมาหดตัวและเรียงตัวใหม่ ผิวจึงดูกระชับ อิ่มฟู และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในสู่ภายนอกที่ดูเป็นธรรมชาติ
ประเมินปัญหาผิวด้วยโปรแกรม Oligio X ควรทำกี่ช็อตจึงจะเหมาะสม ?
จำนวนช็อตที่ใช้ดูแลผิวไม่ได้มีตัวเลขตายตัวสำหรับทุกคน แต่จะพิจารณาจากปัญหาความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และบริเวณที่ต้องการเน้นย้ำ ซึ่งการทำความเข้าใจว่าแต่ละจุดควรใช้ปริมาณพลังงานเท่าไร จะช่วยให้วางแผนสัดส่วนการดูแลผิวได้ดีขึ้น โดยสามารถแบ่งจำนวนช็อตตามบริเวณต่าง ๆ ได้ดังนี้
- บริเวณรอบดวงตา (100-200 ช็อต) : ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางและเกิดริ้วรอยได้ง่าย การใช้ช็อตในปริมาณนี้จะช่วยดูแลปัญหาผิวรอบดวงตาให้ดูเปล่งประกายขึ้น ลดความหย่อนคล้อยของเปลือกตาและหางตา
- บริเวณแก้มและร่องแก้ม (300-400 ช็อต) : เป็นจุดที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนได้ง่ายเมื่ออายุมากขึ้น การใช้พลังงานในระดับนี้จะช่วยกระชับผิวบริเวณแก้มและลดความลึกของร่องแก้มให้ผิวดูตื้นขึ้น
- ทั่วใบหน้า (600 ช็อต) : เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวหน้าแบบองค์รวม ครอบคลุมตั้งแต่หน้าผาก แก้ม กรอบหน้า ไปจนถึงคาง เพื่อปรับสมดุลความกระชับให้ทั่วถึงทั้งใบหน้า
- ใบหน้าและลำคอ (900-1,200 ช็อต) : สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอร่วมด้วย การใช้ปริมาณช็อตระดับนี้จะให้ผิวดูเรียบเนียนสม่ำเสมอกัน
โปรแกรม Oligio X มีราคาคุ้มค่าหรือไม่กับการลงทุนดูแลผิว ?
การตัดสินใจเลือกโปรแกรมดูแลผิวที่เหมาะกับตนเอง สิ่งสำคัญคือความคุ้มค่าที่สอดคล้องกับผลลัพธ์ สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อเรื่อง Oligio X และราคานั้น จะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่เลือกใช้และพื้นที่ที่ใช้ดูแลผิวเป็นหลัก ยิ่งบริเวณที่ต้องการดูแลมีความกว้างหรือมีความหย่อนคล้อยมาก ก็จะใช้จำนวนช็อตที่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามไปด้วย
การวางงบที่รัดกุมจึงควรเริ่มต้นจากการเข้าประเมินสภาพผิวจริง เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างชั้นผิว ความหนาของไขมัน และระดับความหย่อนคล้อย อีกทั้งการได้รับคำแนะนำที่สอดคล้องกับปัญหาผิว จะทำให้รู้ถึงจำนวนช็อตที่ควรใช้ และช่วยให้สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นการลงทุนเพื่อผิวในระยะยาวที่อยากแนะนำ
เริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างมั่นใจ ให้ TALISA Clinic ช่วยวางแผนดูแลผิวคุณ
การดูแลผิวพรรณให้ดูกระชับและแลดูอ่อนเยาว์ ต้องอาศัยการประเมินปัญหาอย่างละเอียด เพื่อให้การปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวเกิดประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง และสำหรับใครที่กำลังศึกษาข้อมูลและต้องการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Oligio X vs Oligio ว่าเครื่องมือแบบไหนเหมาะสมกับสภาพผิวของคุณมากกว่ากัน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของตัวเครื่อง นวัตกรรมระบบทำความเย็นแบบใหม่ รวมถึงการดูแลตัวเองหลังรับบริการโปรแกรม Oligio X เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการประเมินรูปหน้าจริงกับแพทย์
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE OA : @TALISAclinic
- Instagram : TALISAclinic
- Facebook : TALISA Clinic
- Tel : 062-486-3626
ข้อมูลอ้างอิง
- Oligio X (Monopolar RF). สืบค้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 จาก https://wontech-asia.com/products2/oligilox
- Monopolar radiofrequency treatment for facial laxity: Histometric analysis. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32319176/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Oligio X (FAQs)
Q: โปรแกรม Oligio X ทำกี่ช็อตถึงเห็นผลชัดสำหรับกรอบหน้า ?
A: สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง การใช้โปรแกรม Oligio X บริเวณแนวกรามและใต้คางจะใช้ประมาณ 300-400 ช็อต เพื่อกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องประเมินสภาพผิวก่อนเสมอ เพื่อปรับจำนวนช็อตให้เหมาะสมกับความหนาของชั้นไขมันและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล
Q: หลังจากการดูแลผิวด้วยโปรแกรม Oligio X ต้องพักฟื้นผิวหรือไม่ ?
A: การทำงานของเครื่องมือนี้ออกแบบมาให้ถนอมผิวชั้นบน หลังจากการทำอาจมีรอยแดงเรื่อ ๆ เกิดขึ้นเล็กน้อย แต่จะค่อย ๆ จางหายไปเองในเวลาไม่กี่ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
Q: การทำความสะอาดผิวหน้า หลังรับบริการโปรแกรม Oligio X ควรทำอย่างไร ?
A: แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าหรือคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการสครับผิวหรือการผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ (AHA/BHA) ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคืองในขณะที่ผิวกำลังสร้างคอลลาเจนใหม่
Q: หลังเข้ารับโปรแกรม Oligio X จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดหรือไม่ ?
A: ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัดเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำ เพื่อปกป้องผิวที่กำลังฟื้นฟูและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว
Q: ควรเว้นระยะห่างการทำแต่ละครั้งนานแค่ไหน ?
A: โดยทั่วไปคอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นจะค่อย ๆ สร้างตัวต่อเนื่อง แนะนำให้ประเมินสภาพผิวซ้ำในช่วง 6 เดือน ถึง 1 ปี หากต้องการคงสภาพความกระชับ สามารถเข้ามารับการดูแลซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์
ทำความรู้จักผู้เขียน
Talisa Clinic Team
เราเชื่อว่า “ความงามที่แท้จริง คือตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ” ทาลิสาคลินิกจึงออกแบบทุกบริการให้เหมาะสมกับรูปหน้า ลักษณะผิว และความต้องการของแต่ละคนอย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ความงาม ที่ผ่านการอบรมทั้งในและต่างประเทศ









