รวมวิธีกำจัดขนรักแร้ เผยผิวเนียนใส ลดปัญหาตอและหนังไก่

วิธีกำจัดขนรักแร้

ปัญหาขนใต้วงแขน เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัวแล้ว ยังส่งผลต่อสุขอนามัยส่วนบุคคล หากดูแลไม่ดีอาจทำให้เกิดกลิ่นกายสะสมได้ ปัจจุบันมีวิธีกำจัดขนรักแร้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการโกน การถอนขนรักแร้ ไปจนถึงการทำโปรแกรมเลเซอร์ ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ 7 เทคนิคที่จะช่วยให้วงแขนกลับมาดูเรียบเนียน เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน

Key takeaways

  • วิธีกำจัดขนรักแร้มีหลายรูปแบบ ทั้งการโกน ถอน แว็กซ์ ใช้ครีมกำจัดขน IPL และโปรแกรมเลเซอร์ ซึ่งแต่ละวิธีให้ผลลัพธ์ระยะสั้นและระยะยาวแตกต่างกันไป
  • การกำจัดขนรักแร้ด้วยวิธีทั่วไป เช่น โกนหรือถอน ทำได้ง่ายและสะดวก แต่ให้ผลลัพธ์สั้น อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดขนคุด ผิวหนังไก่ และการระคายเคือง
  • การใช้โปรแกรมเลเซอร์กำจัดขน เป็นทางเลือกที่ช่วยลดปริมาณขน เผยผิวดูเนียนใส ไม่เป็นตอ ลดปัญหาผิวคล้ำและขนคุด และจะเห็นผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง
สารบัญบทความ

ปัญหาขนรักแร้กวนใจ มีผลเสียอะไรบ้าง?

การมีขนรักแร้อาจสร้างความไม่สบายใจและส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพผิวได้มากกว่าที่คิด ดังนี้

  • ทำให้เกิดกลิ่นตัว จากเหงื่อที่อับชื้นจนกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย
  • กักเก็บเหงื่อและสิ่งสกปรก ส่งผลให้เกิดอาการคันในร่มผ้า โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย
  • ทำให้ขาดความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้าแขนกุด เสียบุคลิกภาพและความมั่นใจ

ตารางเปรียบเทียบ 7 วิธีกำจัดขนรักแร้ แบบไหนเหมาะกับคุณ ?

7 เทคนิคกำจัดขนรักแร้

เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นในการเลือกวิธีกำจัดขนรักแร้ ลองเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละวิธีได้จากตารางนี้

วิธีกำจัดขนรักแร้

ข้อดี

ข้อจำกัด

1. มีดโกน

ทำได้ง่าย รวดเร็ว สะดวก

ขนขึ้นใหม่เร็ว เสี่ยงมีดบาด และเกิดขนคุด

2. เครื่องโกนไฟฟ้า

สะดวกกว่ามีดโกน ลดโอกาสโดนบาด

ขนขึ้นใหม่เร็ว ไม่ได้กำจัดถึงราก

3. ถอนขนรักแร้

ขนขึ้นช้ากว่าการโกน ทำได้ด้วยตัวเอง

ใช้เวลานาน เจ็บ เสี่ยงผิวหนังไก่และรูขุมขนกว้าง

4. แว็กซ์

กำจัดขนได้ทีละมาก ๆ ขนขึ้นช้าลง

เจ็บ เสี่ยงผิวหนังอักเสบ ระคายเคืองและขนคุด

5. ครีมกำจัดขน

ไม่เจ็บ ขนหลุดออกง่าย

เสี่ยงต่อการแพ้สารเคมี และอาจเกิดขนคุดได้

6. โปรแกรม IPL

คลื่นแสงช่วยให้ขนอ่อนแอ ปรับผิวใส

ต้องทำหลายครั้ง พลังงานน้อยกว่าเลเซอร์

7. โปรแกรมเลเซอร์

ทำลายรากขน ขนขึ้นใหม่บางลง ผิวดูเนียน

มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีทั่วไป และต้องทำต่อเนื่อง

เจาะลึก 7 เทคนิคกำจัดขนรักแร้ เผยวงแขนเรียบเนียน มั่นใจทุกวัน

1. มีดโกน

การใช้มีดโกนเป็นวิธีกำจัดขนรักแร้ที่หลายคนคุ้นเคย ทำได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน แต่เป็นเพียงการตัดเส้นขนเหนือผิวหนัง ไม่ได้กำจัดถึงราก ทำให้ขนขึ้นใหม่รวดเร็ว และมีความเสี่ยงต่อการถูกมีดบาด ผิวระคายเคือง รวมถึงการเกิดขนคุดในอนาคต

2. เครื่องโกนขนไฟฟ้า

มีหลักการทำงานคล้ายมีดโกน แต่เพิ่มความสะดวกสบายและลดโอกาสที่ใบมีดจะบาดผิวหนังได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ยังคงเป็นแบบชั่วคราวเช่นเดียวกัน

3. ถอนขนรักแร้

การถอนขนรักแร้ ไม่ว่าจะใช้แหนบหรือเครื่องถอนขนไฟฟ้า เป็นการดึงเส้นขนออกพร้อมราก ทำให้ขนขึ้นช้ากว่าการโกน แต่ข้อจำกัดคือมักจะรู้สึกเจ็บ ใช้เวลานาน และการดึงรั้งบ่อยครั้งอาจทำให้รูขุมขนกว้างจนเกิดลักษณะผิวหนังไก่ ซึ่งส่งผลต่อความเรียบเนียนของผิวใต้วงแขน

4. แว็กซ์

ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการถอน แต่รวดเร็วกว่าเพราะสามารถดึงขนออกได้ทีละมาก ๆ พร้อมกัน อย่างไรก็ตาม การแว็กซ์อาจทำให้เกิดปัญหาผิวหนังอักเสบ รูขุมขนกว้าง ระคายเคือง หรือมีอาการแพ้จากส่วนผสมในแว็กซ์ได้

5. ครีมกำจัดขน

ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยละลายโครงสร้างโปรตีนของเส้นขน ทำให้ขนหลุดออกง่ายโดยไม่ต้องทนเจ็บหรือเสี่ยงโดนบาด แต่สารเคมีในครีมอาจทำให้ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายเกิดการระคายเคือง และยังมีโอกาสเกิดขนคุดได้

6. โปรแกรม IPL

การใช้คลื่นแสงความเข้มข้นสูง (Intense Pulsed Light : IPL) เข้าไปทำให้เส้นขนอ่อนแอ และมีส่วนช่วยปรับสภาพผิวใต้วงแขนให้ดูกระจ่างใสขึ้น แต่ด้วยพลังงานที่ใช้น้อยกว่าโปรแกรมเลเซอร์ จึงอาจต้องเข้ารับบริการหลายครั้งกว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลง

7. โปรแกรมเลเซอร์

โปรแกรมเลเซอร์ เป็นวิธีกำจัดขนรักแร้ที่ได้รับความนิยมสูง เลเซอร์จะส่งพลังงานความร้อนลงไปทำลายเซลล์รากขนโดยเฉพาะ ทำให้รากขนอ่อนแอ ขนที่ขึ้นใหม่จึงบางลงและหลุดร่วงง่าย ช่วยลดปัญหาผิวหนังไก่ ขนคุด และปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น เป็นวิธีที่คุ้มค่าและให้ผลลัพธ์ในระยะยาว

วิธีไหนกำจัดขนรักแร้ได้ โดยไม่ทำให้รักแร้ดำหรือขนขึ้นเป็นตอ ?

กำจัดขนรักแร้ด้วย yag laser

หากต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาผิวคล้ำเสียและตอขนแข็ง การเลือกใช้โปรแกรมเลเซอร์ขน YAG ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ เพราะพลังงานแสงเลเซอร์จะลงลึกไปทำลายรากขนโดยไม่ทำร้ายผิวชั้นนอก ช่วยให้ผิวใต้วงแขนแลดูเรียบเนียน ดูกระจ่างใส ไม่ทิ้งตอกวนใจ พร้อมลดโอกาสเกิดการระคายเคืองได้เป็นอย่างดี

เพิ่มความมั่นใจใต้วงแขน ด้วยโปรแกรมเลเซอร์กำจัดขน ที่ TALISA Clinic

การเลือกวิธีกำจัดขนรักแร้ควรพิจารณาจากผลลัพธ์และสุขภาพผิวในระยะยาว หากต้องการบอกลาปัญหาผิวหนังไก่ ขนคุด และผิวหมองคล้ำ โปรแกรมเลเซอร์จึงเป็นคำตอบที่อยากให้คุณได้ลอง 

ที่ TALISA Clinic ยินดีให้บริการดูแลผิวใต้วงแขนของคุณด้วยโปรแกรม YAG Laser กำจัดขน ช่วยให้เส้นขนบางลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้นเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมโปรโมชันดี ๆ เพื่อผิวใต้วงแขน เริ่มต้น 2,490 บาทต่อปี

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาปัญหาผิวได้เลยวันนี้ 

References

Health Editorial Team. (2025, August 21). Why Do We Get Armpit Hair—and Should You Remove It? Health. https://www.health.com/condition/skin-conditions/is-it-just-me-armpit-hair

Torres, N. (2025, June 17). The Best Methods to Remove Underarm Hair at Home, According to Experts. Byrdie. https://www.byrdie.com/ways-to-rid-get-rid-of-underarm-hair-at-home-1717052

Villalta, K. (2025, June 5). How to Remove Armpit Hair. wikiHow. https://www.wikihow.com/Remove-Armpit-Hair

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีกำจัดขนรักแร้ (FAQs)

Q: หลังกำจัดขนรักแร้ ควรดูแลผิวอย่างไรให้ดูเรียบเนียน ?

A: หลังกำจัดขนรักแร้ ควรทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว งดการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม และควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดหรือกิจกรรมที่เจอความร้อนประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดอาการระคายเคือง

A: โปรแกรมเลเซอร์จะเข้าไปทำลายรากขน ทำให้ขนที่ขึ้นใหม่มีขนาดเล็กลง สีอ่อนลง และขึ้นช้าลงมาก หากเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำ ขนบริเวณนั้นจะค่อย ๆ ลดลงจนแทบไม่เหลือให้เห็น และเปลี่ยนเป็นเส้นขนอ่อน ๆ ที่มองไม่ค่อยเห็นแทน

A: จริง เนื่องจากการถอนขนเป็นการดึงรั้งรูขุมขนและผิวหนังรอบ ๆ อย่างรุนแรง เมื่อทำซ้ำ ๆ รูขุมขนจะกว้างขึ้นและเกิดการอักเสบใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวบริเวณนั้นนูนขึ้นมาจนมีลักษณะคล้ายผิวหนังไก่ ไม่เรียบเนียน

ทำความรู้จักผู้เขียน

ปรึกษาโปรแกรม Botox, Filler, กำจัดขนด้วย YAG Laser, Ultraformer III

บทความจากแพทย์ของเรา

โปรแกรม Oligio X ต่างจากโปรแกรม RF อื่น ๆ ตรงที่มีเทคโนโลยี GXG Dual-Mode ดูแลผิวชั้นลึก

กู้ผิววัย 35+ ด้วยโปรแกรม Oligio X คุ้มไหม เหมาะหรือไม่ ?

ส่องกระจกวันนี้ สังเกตไหมว่าผิวหน้าเริ่มไม่ตึงกระชับเหมือนแต่ก่อน สัญญาณความร่วงโรยอย่างร่องแก้มลึกหรือความหย่อนคล้อยเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้น ไลฟ์สไตล์การกู้ผิวของวัย 35+ จึงมักเน้นการดูแลโครงสร้างผิวจากภายในด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งนวัตกรรมที่มักพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้คือ เครื่อง Oligio X ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นอัปเกรด ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาความหย่อนคล้อยได้ถึงผิวชั้นลึก

อ่านเพิ่มเติม
การตัดสินใจเลือกทำหัตถการระหว่าง Ulthera VS Ultraformer III

เทียบ Ulthera VS Ultraformer III จำนวนช็อต ส่งผลอย่างไร ?

การเพิ่มจำนวนช็อตของโปรแกรม Ultraformer III หรือ HIFU ช่วยเพิ่มการกระจายพลังงานสะสมความร้อนให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น แต่ไม่สามารถทดแทนความแม่นยำและการมองเห็นชั้น SMAS ผ่านหน้าจอ Real-Time ของโปรแกรม Ulthera ได้โดยตรง นอกจากนี้ การยิงช็อตเยอะเกินความจำเป็นอาจเสี่ยงต่อปัญหาหน้าตอบ ไขมันฝ่อ หรือผิวระบมบวมแดง ดังนั้น การเลือกทำหัตถการระหว่าง Ulthera VS Ultraformer III VS HIFU จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์เป็นรายบุคคลเพื่อวางแนวการยิง (Vector Lines) และจำนวนช็อตที่พอดีกับโครงสร้างใบหน้า

อ่านเพิ่มเติม
ผู้หญิงผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์ หลังทำโปรแกรม Oligio X อย่างเหมาะสม

ค้นหาคำตอบ โปรแกรม Oligio X ทำกี่ช็อตถึงพอดีกับผิว

ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และกรอบหน้าไม่ชัด เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อคอลลาเจนใต้ผิวเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย และเมื่ออยากหันมาดูแลตัวเองด้วยการเข้าคลินิกและใช้บริการยกกระชับด้วยเครื่อง Oligio X หลายคนมักเกิดคำถามว่าควรใช้จำนวนช็อตเท่าไรจึงจะครอบคลุมปัญหาผิวของตนเอง

อ่านเพิ่มเติม