หากกำลังมองหาหัตถการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด ชื่อของ Ulthera (อัลเทอร่า) กับ Ultraformer III (อัลตร้าฟอเมอร์ 3) มักเป็นสองตัวเลือกที่นำมาเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ เพราะทั้งคู่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสเพื่อส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวในระดับต่าง ๆ และกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
แต่หากถามว่า Ulthera กับ Ultraformer 3 ต่างกันตรงไหน หรืออันไหนดีกว่า คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเครื่องเพียงอย่างเดียว เพราะยังต้องพิจารณาระดับปัญหาความหย่อนคล้อย ตำแหน่งที่ต้องการดูแล ความแม่นยำในการวางพลังงาน จำนวนช็อตหรือไลน์ รวมถึงงบประมาณของแต่ละคนด้วย
มาทำความเข้าใจความแตกต่างของอัลตร้าฟอเมอร์ III กับอัลเทอร่าแบบละเอียด เพื่อใช้เป็นข้อมูลก่อนปรึกษาแพทย์และเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ
Key Takeaways
- Ulthera และ Ultraformer III ต่างก็ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสเพื่อยกกระชับผิว แต่แตกต่างกันที่เทคโนโลยีการส่งพลังงาน หัวที่ใช้ และระบบช่วยมองเห็นชั้นเนื้อเยื่อ โดย Ulthera มีจุดเด่นที่ระบบ Real-Time Visualization
- Ulthera เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการวางพลังงานโดยอาศัยภาพอัลตราซาวนด์ประกอบการประเมิน ขณะที่ Ultraformer III เหมาะกับผู้ที่ต้องการตัวเลือกที่ยืดหยุ่นและงบประมาณเข้าถึงง่ายกว่า
- ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตหรือไลน์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระดับความลึก พลังงานที่ใช้ ตำแหน่งการยิง สภาพผิว ปริมาณไขมัน และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคน
- หากยังไม่แน่ใจว่าระหว่าง Ulthera vs Ultraformer III เลือกอันไหนดี ควรให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและเป้าหมายก่อนทำ เพื่อเลือกเครื่อง จำนวนช็อต และระดับความลึกให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
โปรแกรม Ulthera vs Ultraformer III คืออะไร ?
ทั้ง Ulthera และ Ultraformer III ต่างก็เป็นเครื่องมือที่ส่งพลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสลงสู่เนื้อเยื่อในระดับความลึกที่กำหนด เกิดจุดความร้อนในเนื้อเยื่อเป้าหมายและกระตุ้นกระบวนการปรับโครงสร้างคอลลาเจน โดยสามารถเลือกความลึกให้เหมาะกับบริเวณและปัญหาที่ต้องการดูแล
แม้หลักการจะใกล้เคียงกัน แต่เทคโนโลยี รูปแบบการส่งพลังงาน และระบบช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อแตกต่างกัน ดังนี้
Ulthera คืออะไร ?
Ulthera เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีต้นแบบของการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส และได้รับการกล่าวถึงในฐานะ Gold Standard ของเทคโนโลยี Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) โดย Ulthera System ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) ในรูปแบบ 510(k) Clearance สำหรับข้อบ่งใช้ที่กำหนด และมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่อเนื่องมาจนถึงรุ่น Ulthera Prime
Ulthera และ Ulthera Prime จะใช้เทคโนโลยี Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญของหัตถการนี้
- Microfocused Ultrasound (MFU) : ปล่อยคลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสลงลึกถึงชั้น SMAS
- Visualization : Ulthera คือเครื่องเดียวที่มีหน้าจอแสดงภาพอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวหนัง ระดับความลึกของ SMAS และยิงพลังงานลงไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้ ให้พลังงานส่งถึงบริเวณที่ต้องการ และไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง
โดย Ulthera จะเห็นผลลัพธ์ในการยกกระชับหลังทำประมาณ 20-30% และจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นใน 1-2 เดือน ซึ่งจะเห็นผลสูงสุดในเดือนที่ 3
Ultraformer III คืออะไร ?
Ultraformer III พัฒนาโดย CLASSYS บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์จากประเทศเกาหลีใต้ โดยเครื่อง Ultraformer III ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้ หรือ Ministry of Food and Drug Safety (MFDS; เดิมเรียกว่า KFDA) ในปี 2014 และได้รับ CE Mark ในยุโรปในปีเดียวกัน
Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งสามารถปล่อยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ออกมาใน 2 รูปแบบ คือ
- Micro Focused Ultrasound : ใช้หัวยิงขนาดเล็ก เน้นการกระชับผิวชั้นตื้นถึงชั้น SMAS (ความลึก 1.5, 3.0, 4.5 มม.) เหมาะกับการใช้บริเวณใบหน้า เหนียงและลำคอ
- Macro Focused Ultrasound : ใช้หัวยิงขนาดใหญ่ขึ้น (ความลึก 6.0, 9.0, 13.0 มม.) หัวนี้ใช้สำหรับบริเวณอื่นในร่างกาย เช่น แขน ท้อง ซึ่งเป็นหัวที่ไม่นิยมใช้
โดย Ultraformer III จะให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับหน้าหลังทำทันทีประมาณ 10-20% ซึ่งจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ภายใน 1-2 เดือน และคงอยู่ประมาณ 6-8 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแล แนะนำให้ทำซ้ำทุก 6 เดือน เพื่อคงสภาพผลลัพธ์
เจาะลึกความต่างทางเทคนิค ขนาดจุดโฟกัสและความลึกของพลังงาน
หากจะเปรียบเทียบอัลเทอร่า vs อัลตร้าฟอเมอร์ 3 ในเชิงรายละเอียด ความแตกต่างนอกจากเรื่องของราคาแล้ว ยังรวมถึงรูปแบบการสร้างจุดพลังงาน ระบบ Cartridge และการมองเห็นเนื้อเยื่อขณะทำ
TCP Point คืออะไร และจุดพลังงานของ Ulthera กับ Ultraformer III ต่างกันอย่างไร ?
เมื่อพลังงานอัลตราซาวนด์ถูกโฟกัสลงสู่เนื้อเยื่อ จะเกิดจุดความร้อนขนาดเล็ก หรือ Thermal Coagulation Point (TCP) ในระดับความลึกที่กำหนด จุดเหล่านี้เป็นบริเวณที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยลักษณะของ TCP ที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับการออกแบบหัวส่งพลังงาน (Transducer) ระดับพลังงาน ความลึก และระบบควบคุมของแต่ละเครื่อง
สำหรับ Ulthera เทคโนโลยี Microfocused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ได้รับการออกแบบให้สร้าง TCP ที่ระดับความลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. โดยสามารถสร้างจุดความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 60-70°C พร้อมควบคุมขนาดและระยะห่างของ TCP ให้มีความสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณเป้าหมาย ขณะเว้นเนื้อเยื่อปกติระหว่างจุดไว้สำหรับกระบวนการฟื้นฟู
ส่วน Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) และมีหัวสำหรับกำหนดระดับความลึกหลายขนาดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม รูปแบบหัวส่งพลังงานและค่าพลังงานของแต่ละ Cartridge แตกต่างจาก Ulthera จึงไม่สามารถเปรียบเทียบจำนวนช็อตแบบ 1:1 แล้วสรุปว่าให้พลังงานหรือผลลัพธ์เท่ากันได้
ความสม่ำเสมอของ TCP และการสูญเสียพลังงานสำคัญอย่างไร ?
พลังงานที่เครื่องตั้งไว้ไม่ได้หมายความว่าพลังงานทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนเป็นจุดความร้อนในเนื้อเยื่อเป้าหมายในลักษณะเดียวกันทุกเครื่อง เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของหัวส่งพลังงาน การออกแบบ Cartridge การสัมผัสระหว่างหัวเครื่องกับผิว และคุณสมบัติของเนื้อเยื่อในบริเวณที่รักษา
หากเปรียบเทียบเครื่อง HIFU หลายระบบ รวมถึง Ultraformer III กับระบบ MFU-V ของ Ultherapy จะพบความแตกต่างด้านคุณสมบัติของหัวส่งพลังงาน ค่าไฟฟ้าที่ใช้ และลักษณะการสร้าง TCP ของแต่ละเครื่อง โดย MFU-V แสดงการสร้างจุดพลังงานที่มีขนาดและระยะห่างค่อนข้างสม่ำเสมอภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ ขณะที่ข้อมูลที่เผยแพร่เกี่ยวกับการสร้าง TCP ของ Ultraformer III ยังมีจำกัดกว่า จึงไม่ควรตีความว่าจำนวนช็อตของทั้งสองเครื่องให้ปริมาณพลังงานแก่เนื้อเยื่อเท่ากันโดยอัตโนมัติ
ดังนั้น ประเด็นเรื่อง “Energy Loss” หรือการสูญเสียพลังงานจึงควรมองในภาพรวมของประสิทธิภาพการส่งพลังงานจากหัวเครื่องไปยังจุดเป้าหมาย มากกว่าการดูเพียงค่าพลังงานที่ตั้งไว้หรือจำนวนช็อต เนื่องจากเครื่องแต่ละระบบมีการออกแบบและกลไกการส่งพลังงานแตกต่างกัน
ระดับความลึก 1.5 มม., 3.0 มม. และ 4.5 มม. ใช้กับปัญหาผิวแบบไหน ?
โดยหลักการทั่วไป ระดับความลึกแต่ละระดับมีเป้าหมายของเนื้อเยื่อแตกต่างกัน เช่น
- 1.5 มม. เน้นดูแลผิวในระดับที่ตื้นกว่า เหมาะกับบริเวณที่ผิวบางและการดูแลริ้วรอยหรือความกระชับเฉพาะจุด
- 3.0 มม. ใช้กับเนื้อเยื่อในระดับลึกขึ้น เพื่อช่วยเรื่องความกระชับและคุณภาพผิว
- 4.5 มม. เป็นระดับที่สามารถเข้าถึงชั้นเนื้อเยื่อ Fibromuscular รวมถึงบริเวณที่สัมพันธ์กับชั้น SMAS ในตำแหน่งที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ความหนาของชั้นผิวไม่ได้เท่ากันทุกคนและทุกตำแหน่ง จึงไม่ควรใช้ความลึกเดียวกันทั่วทั้งใบหน้าโดยไม่ประเมินโครงสร้างกับแพทย์ก่อนทำ
ระบบ Real-Time Visualization ของ Ulthera ช่วยอะไรบ้าง ?
ระบบ Visualization เป็นหนึ่งในความแตกต่างที่ชัดเจนเมื่อเทียบระหว่าง Ultraformer III vs Ulthera Prime เพราะเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างเนื้อเยื่อใต้ผิวแบบเรียลไทม์ก่อนวางพลังงาน
ประโยชน์หลักคือช่วยประเมินความหนาของเนื้อเยื่อ ตรวจสอบการสัมผัสระหว่างหัวเครื่องกับผิว และช่วยเลือกความลึกให้เหมาะกับตำแหน่งที่รักษา ซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากชั้นผิวของแต่ละบุคคลแตกต่างกันจากหลายปัจจัย เช่น อายุ ตำแหน่งบนใบหน้า และองค์ประกอบของเนื้อเยื่อ
Ulthera vs Ultraformer III เลือกอันไหนดี แบบไหนเหมาะกับใคร ?
หากกำลังสงสัยว่า Ultraformer III หรือ Ulthera สำหรับหน้าหย่อน แบบไหนเหมาะสำหรับใครมากกว่า สามารถพิจารณาจากลักษณะปัญหาและเป้าหมายเบื้องต้นได้ดังนี้
โปรแกรม Ulthera
อาจเหมาะกับผู้ที่
- ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยของผิวในระดับปานกลางถึงมาก
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจน และคงอยู่ได้นาน โดยเฉลี่ย 1 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่ต้องการความแม่นยำสูงสุดในการยิงพลังงาน โดยเฉพาะการยิงเข้าสู่ชั้น SMAS อย่างตรงจุด
- ผู้ที่มีชั้นไขมันบนใบหน้าบาง และต้องการเน้นการยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึกเป็นหลัก
- ผู้ที่สามารถทนต่อความรู้สึกเจ็บที่มากกว่า หรือทนความรู้สึกปวดหน่วง ๆ ใต้ผิวได้ เพื่อแลกกับผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานกว่า และมีความแม่นยำสูง
- ผู้ที่ไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ
โปรแกรม Ultraformer III
อาจเหมาะกับผู้ที่
- ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยของผิวในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ
- ผู้ที่มีงบประมาณจำกัด หรือต้องการทางเลือกที่ค่าใช้จ่ายต่อครั้งย่อมเยากว่า
- ผู้ที่กลัวความเจ็บปวด หรือต้องการประสบการณ์การทำหัตถการที่สบายผิวมากกว่า
- ผู้ที่ต้องการลดไขมันส่วนเกิน บริเวณเหนียง แก้ม หรือสัดส่วนในร่างกายร่วมด้วย (เนื่องจากมีหัวยิง Macro Focused)
- ผู้ที่ยินดีที่จะกลับมาทำซ้ำบ่อยขึ้น (ทุก 4-6 เดือน หรือตามคำแนะนำของแพทย์) เพื่อคงสภาพผลลัพธ์
- ผู้ที่ต้องการระยะเวลาพักฟื้นไม่นาน
อย่างไรก็ตาม แม้ทั้งสองหัตถการจะไม่ต้องพักฟื้น แต่ Ultraformer III มีความรวดเร็วในการทำมากกว่า
เลือกตามช่วงอายุและระดับความหย่อนคล้อย
อายุสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ไม่ควรเป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว เพราะคนอายุเท่ากันอาจมีความหนาของผิว ไขมันใต้ผิว โครงสร้างใบหน้า และความหย่อนคล้อยแตกต่างกัน
ผู้ที่เริ่มมีกรอบหน้าไม่ชัดหรือผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อยอาจมีตัวเลือกหลายแบบ ขณะที่ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมากขึ้นควรให้แพทย์ประเมินว่าการใช้พลังงานเพียงอย่างเดียวสามารถตอบโจทย์ได้มากน้อยเพียงใด หรือควรพิจารณาหัตถการประเภทอื่นร่วมด้วย
ใครที่ยังไม่ควรทำทั้ง Ulthera และ Ultraformer III ?
ผู้ที่เข้าข่ายกลุ่มต่อไปนี้ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีปัญหาผิวในบริเวณที่จะทำ
Ulthera vs Ultraformer III ต้องทำกี่ช็อต ?
แล้ว Ulthera กับ Ultraformer III ควรทํากี่ช็อต ? ทั้งสองโปรแกรมต่างก็มีการกำหนดจำนวนช็อตต่อบริเวณที่แตกต่างกันออกไป โดยต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์ร่วมด้วย เนื่องจากปริมาณไขมัน ความหนาของผิว และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน
โปรแกรม Ulthera
- ทั่วใบหน้า : เริ่มต้นประมาณ 400-600 ไลน์ เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับหน้าเรียวที่ชัดเจน
- ทั่วใบหน้าและลำคอ : ประมาณ 800-1,000 ไลน์
- แก้ม (ทั้งสองข้าง) : ประมาณ 300-400 ไลน์
- แก้มและเหนียง (กรอบหน้า) : ประมาณ 400-600 ไลน์
- รอบดวงตา/ยกคิ้ว : ประมาณ 100-200 ไลน์
- หน้าผาก : ประมาณ 100-200 ไลน์
โปรแกรม Ultraformer III เหนียง
- ทั่วใบหน้า : เริ่มต้นประมาณ 400-600 ช็อต สำหรับทั่วใบหน้าและลำคอจะเริ่มที่ 600-800 ช็อต
- แก้ม/แก้มส่วนล่าง : ประมาณ 200-300 ช็อต (ต่อข้าง) หรือ 400-600 ช็อต (ต่อแก้ม 2 ข้าง)
- เหนียง/ใต้คาง : ประมาณ 150-300 ช็อต/ไลน์ เฉพาะเหนียง ถ้าทำแก้มร่วมกับเหนียงประมาณ 600-800 ช็อต
- รอบดวงตา/ยกคิ้ว : ประมาณ 100-200 ช็อต
- ลำคอ : ประมาณ 150-200 ช็อต
Ulthera vs Ultraformer III แบบไหนเจ็บกว่ากัน ?
ความรู้สึกขณะทำย่อมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่แพทย์ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่า Ulthera มีระดับความเจ็บที่มากกว่า Ultraformer III เนื่องจากโปรแกรม Ulthera มีขนาดจุดโฟกัสของพลังงานที่ใหญ่ และมีความเข้มข้นสูงกว่า
โปรแกรม Ulthera
- ระดับความรู้สึก : เมื่อยิงลงไปถึงชั้น SMAS จะรู้สึกปวดหน่วงลึก ๆ และจี๊ด ๆ คล้ายมีเข็มเล็ก ๆ แทงลงไป แต่คลินิกส่วนใหญ่มักจะมีการทายาชา และให้ยาแก้ปวดเพื่อช่วยลดความเจ็บขณะทำ ซึ่งหากเป็นเครื่องรุ่นใหม่อย่าง Ulthera Prime จะมีอาการเจ็บน้อยกว่า Ultraformer
- อาการหลังทำ : อาจมีอาการบวมเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวที่ได้รับความร้อน
- การฟื้นตัว : อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงและหายได้เองภายใน 3-7 วัน ทั้งนี้ แม้จะเจ็บมากกว่า แต่ความรู้สึกดังกล่าวมาพร้อมกับจุดเด่นด้านการควบคุมตำแหน่งการยิงพลังงาน และระยะเวลาของผลลัพธ์ที่อาจคงอยู่ได้นานกว่า
โปรแกรม Ultraformer III
- ระดับความรู้สึก : เจ็บระดับปานกลาง มักเป็นความรู้สึกปวดหน่วงใต้ผิว หรืออุ่น ๆ ขณะที่พลังงานถูกปล่อยออกมา
- อาการหลังทำ : อาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อย หรือรู้สึกปวดหน่วง ๆ ใต้ผิวเพียงชั่วคราว
- การฟื้นตัว : อาการปวดและบวมมักจะหายได้เองภายใน 1-3 วัน และสามารถใช้ชีวิตประจำวัน แต่งหน้าได้ตามปกติทันทีหลังทำ
Ulthera กับ Ultraformer III ทำกี่วันเห็นผล อยู่ได้นานไหม ?
ผลลัพธ์จากการรักษาด้วย Ulthera กับ Ultraformer III จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์จะเริ่มเห็นชัดเจนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาดังต่อไปนี้
- Ultraformer III : เริ่มเห็นผลภายใน 1-2 เดือน หลังการรักษา โดยผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะปรากฏให้เห็นเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-2 เดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ และอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือนหลังทำ
- Ulthera : จะเริ่มเห็นได้ชัดภายใน 1-2 เดือนหลังการรักษา ซึ่งผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะอยู่ที่ประมาณ 1-3 เดือน โดยการปรับปรุงในโครงสร้างผิวจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีความชัดเจนมากขึ้นในระยะเวลา 3-4 เดือนหลังการรักษา และผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1 ปี
ทำไมบางคนรู้สึกว่าทำแล้วไม่เห็นผล ?
การที่ผลลัพธ์ไม่ชัดตามที่คาดหวังอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น
- ระดับความหย่อนคล้อยไม่เหมาะกับหัตถการประเภทนี้
- จำนวนช็อตไม่ครอบคลุมบริเวณที่ต้องการ
- การเลือกความลึกหรือระดับพลังงานไม่สัมพันธ์กับโครงสร้างผิว
- ปัญหาที่เห็นไม่ได้เกิดจากความหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียว เช่น การสูญเสีย Volume หรือโครงสร้างกระดูก
- คาดหวังผลลัพธ์ใกล้เคียงการผ่าตัดดึงหน้า ทั้งที่เป็นหัตถการแบบไม่ผ่าตัด
- ประเมินผลเร็วเกินไปก่อนที่กระบวนการสร้างคอลลาเจนจะพัฒนาเต็มที่
หมายเหตุ : ในทั้งสองกรณี ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละบุคคล ดังนั้น การปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ
โปรแกรม Ultraformer III vs Ulthera ราคาต่างกันไหม ?
ราคาของ Ulthera vs Ultraformer III ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้ และบริเวณที่ต้องการทำ ซึ่งควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินตามปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ดังนี้
เปรียบเทียบราคา Ulthera (ต่อช็อต)
Ulthera ราคามักจะสูงกว่า Ultraformer III
- รอบดวงตา (ยกคิ้ว/หางตา) : ประมาณ 100-200 ช็อต ราคาเริ่มต้นประมาณ 13,000 บาท
- แก้ม (ยกกระชับแก้มส่วนล่าง/ร่องแก้ม) : ประมาณ 300-400 ช็อต ราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 บาท
- แก้มและเหนียง (เก็บกรอบหน้า/ลดคางสองชั้น) : ประมาณ 500-600 ช็อต ราคาเริ่มต้นประมาณ 50,000 บาท
- ทั่วหน้า (แก้ม เหนียง และลำคอ) : ประมาณ 600-800 ช็อต ราคาเริ่มต้นประมาณ 60,000 บาท
เปรียบเทียบราคา Ultraformer III (ต่อช็อต)
Ultraformer III ราคาจะเข้าถึงง่ายกว่า โดยโปรโมชันทั่วไปมักคิดเป็นแพ็กเกจจำนวนช็อต
- โปรแกรม Ultraformer III (ราคาเริ่มต้น 400 ช็อต) : ประมาณ 7,990 บาท ขึ้นไป
- บริเวณแก้ม : ประมาณ 400 ช็อต
- บริเวณแก้มและเหนียง : ประมาณ 600 ช็อต
- บริเวณแก้ม + เหนียง + ลำคอ : ประมาณ 800 ช็อต
หมายเหตุ : ราคาและโปรโมชันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับคลินิกอีกครั้งก่อนเข้ารับบริการ
Ultraformer สู้ Ulthera ได้ไหม ? สรุปคำตอบตรง ๆ
ถ้าถามว่า Ulthera หรือ Ultraformer III อันไหนดีกว่า ทั้งสองโปรแกรมมีจุดเด่นแตกต่างกัน จึงควรพิจารณาจากจุดเด่นของแต่ละเทคโนโลยีร่วมกับสภาพผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการ
- Ultraformer III มีหัวส่งพลังงานให้เลือกหลายระดับความลึก เพื่อให้เหมาะกับบริเวณและปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ค่าใช้จ่ายเข้าถึงง่ายกว่า
- ขณะที่ Ulthera เด่นด้าน MFU-V และ Real-Time Visualization ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้แพทย์เห็นเนื้อเยื่อใต้ผิวก่อนส่งพลังงาน และสามารถเลือกความลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 มม. ตามโครงสร้างที่ประเมินได้
ดังนั้น แทนที่จะตั้งคำถามเปรียบเทียบว่า Ulthera หรือ Ultraformer III ดีกว่า ให้ลองดูว่าเครื่องไหนเหมาะกับโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และเป้าหมายของคุณมากกว่าแทน
ทำโปรแกรม Ulthera และ Ultraformer III ที่ไหนดี ?
การเลือกคลินิกสำหรับทำ Ulthera หรือ Ultraformer III ต้องพิจารณา 3 เกณฑ์ดังต่อไปนี้
- เครื่องมือของแท้ : ต้องใช้เครื่อง Ulthera หรือ Ultraformer III รุ่นใหม่และเป็นของแท้ เพื่อให้มั่นใจในพลังงานที่ควบคุมได้
- ทำหัตถการโดยแพทย์ : แพทย์ต้องมีความชำนาญในการยิงพลังงานและประเมินจำนวนช็อตที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
- ความน่าเชื่อถือ : คลินิกต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง ชื่อเสียงดี มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงที่เชื่อถือได้ และแจ้งราคาพร้อมจำนวนช็อตอย่างชัดเจน
TALISA Clinic ดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ ดูแลคนไข้ด้วยความจริงใจ ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ มั่นใจได้จากรีวิวที่เชื่อถือได้จากผู้ใช้บริการจริง ทั้งยังยึดมั่นในความโปร่งใสด้วยการแจ้งรายละเอียดราคาพร้อมจำนวนช็อตตั้งแต่ก่อนเริ่มทำหัตถการ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
ยกกระชับที่ TALISA Clinic เลือกโปรแกรม Ulthera หรือ Ultraformer III ที่เหมาะกับคุณ
ทั้ง Ulthera และ Ultraformer III ต่างก็เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ โดย Ulthera เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนยาวนาน มาพร้อมเทคโนโลยี Real-Time Visualization ที่ช่วยให้แพทย์ควบคุมการส่งพลังงานไปยังชั้นผิวได้ ในขณะที่ Ultraformer III เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันพร้อมกระชับผิว มีงบประมาณจำกัด และต้องการความเจ็บน้อย การเลือกหัตถการที่เหมาะสมควรพิจารณาจากระดับปัญหาผิว ความต้องการเห็นผลลัพธ์ และงบประมาณของแต่ละบุคคล
ที่ TALISA Clinic เรามีทั้งโปรแกรม Ulthera และ Ultraformer III พร้อมดูแลโดยแพทย์ที่จะช่วยประเมินและแนะนำหัตถการที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของคุณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและตรงใจ
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE: @talisaclinic
- Instagram: talisaclinic
- Facebook: TALISA Clinic
- Tel: 062-486-3626
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera และ Ultraformer III (FAQs)
Q : Ulthera และ Ultraformer III มีผลข้างเคียงไหม ?
A : หลังทำโปรแกรม Ultraformer III หรือ Ulthera อาจพบอาการชั่วคราว เช่น รอยแดง บวม รู้สึกตึง กดเจ็บ หรือปวดหน่วงใต้ผิวได้ โดยอาการและระยะเวลาที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
Q : หลังทำ Ulthera หรือ Ultraformer III ต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ?
A : โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังทำ ควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือรบกวนบริเวณที่ทำอย่างรุนแรงในช่วงแรก และใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดเป็นประจำ หากแพทย์มีคำแนะนำเฉพาะเพิ่มเติม ควรปฏิบัติตามเพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวและโปรแกรมที่ได้รับ
Q : ทำ Ulthera หรือ Ultraformer III แล้วหน้าจะตอบไหม ?
A : การทำหัตถการด้วยพลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส มีเป้าหมายเพื่อดูแลความหย่อนคล้อยและกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนในระดับความลึกที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ลักษณะใบหน้าหลังทำอาจแตกต่างกันตามโครงสร้างใบหน้า ปริมาณไขมัน ตำแหน่งที่ยิง ระดับความลึกและพลังงานที่ใช้ ดังนั้น ผู้ที่มีใบหน้าค่อนข้างตอบหรือมีชั้นไขมันบางอยู่แล้วควรให้แพทย์ประเมินก่อนวางแผนการรักษา
Q : อายุเท่าไรถึงเริ่มทำ Ulthera หรือ Ultraformer III ได้ ?
A : ปกติแล้วไม่ได้มีการจำกัดอายุสำหรับการทำ Ulthera หรือ Ultraformer III เพราะความหย่อนคล้อยของผิวไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม โครงสร้างใบหน้า พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดย Ulthera มีข้อบ่งใช้สำหรับผู้ใหญ่ จึงควรให้แพทย์ประเมินว่ามีปัญหาที่เหมาะกับการใช้พลังงานประเภทนี้หรือไม่ มากกว่าการตัดสินจากอายุเพียงอย่างเดียว
Q : ระหว่างมีประจำเดือนหรือไม่สบาย ทำ Ulthera หรือ Ultraformer III ได้ไหม ?
A : การมีประจำเดือนไม่ได้เป็นข้อห้ามโดยตรงของ Ulthera ตามข้อมูลของผู้ผลิต แต่หากมีความผิดปกติของผิวบริเวณที่จะทำ ควรแจ้งแพทย์และอาจพิจารณาเลื่อนหัตถการตามความเหมาะสม เพื่อให้แพทย์ประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนทำ
Q : ถ้าหยุดทำ Ulthera หรือ Ultraformer III หน้าจะหย่อนกว่าเดิมไหม ?
A : การหยุดทำไม่ได้ทำให้ผิวหย่อนคล้อยมากขึ้นเพราะ “ขาด” หัตถการ แต่ผิวยังคงเกิดการเปลี่ยนแปลงตามวัยและปัจจัยอื่น ๆ ตามธรรมชาติ เมื่อผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนค่อย ๆ ลดลง ลักษณะผิวจึงอาจกลับมาใกล้เคียงกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงตามปกติของแต่ละคน การทำซ้ำควรพิจารณาจากสภาพผิวและคำแนะนำของแพทย์ ไม่จำเป็นต้องยึดระยะเวลาเดียวกันทุกคน
Q : ก่อนทำ Ulthera หรือ Ultraformer III ควรเตรียมตัวอย่างไร ?
A : ก่อนทำควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ อุปกรณ์หรือโลหะที่ฝังในร่างกาย รวมถึงประวัติการฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือทำหัตถการบริเวณเดียวกันก่อนหน้านี้ ไม่ควรหยุดยาที่แพทย์สั่งเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ และในวันทำสามารถเตรียมผิวให้สะอาดเพื่อความสะดวกในการประเมินและทำความสะอาดบริเวณที่จะรักษาก่อนเริ่มหัตถการ
References
What Is Ultraformer III?. (n.d.). Ultraformer III. https://ultraformer.com/
Ultraformer III Skin Tightening. (n.d.). Northside Dermatology. https://northsidedermatology.com.au/procedure/aesthetic-dermatology/energy-devices/ultraformer-iii/
Jackson, D. (2025, Aug 27). I Tried Ultherapy, The Skin Tightening Treatment All Over Social Media. This Is What You Need To Know. Women’sHealth. https://www.womenshealthmag.com/beauty/a65910435/ultherapy-review-results/
What is Ulthera, Who Is It For, and When Will You See Results?. (n.d.). The mercury Ville. https://www.themercuryville.com/en/get-to-know-ultherapy/
ทำความรู้จักผู้เขียน
Talisa Clinic Team
เราเชื่อว่า “ความงามที่แท้จริง คือตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ” ทาลิสาคลินิกจึงออกแบบทุกบริการให้เหมาะสมกับรูปหน้า ลักษณะผิว และความต้องการของแต่ละคนอย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ความงาม ที่ผ่านการอบรมทั้งในและต่างประเทศ









