การดูแลผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และมีความกระชับอยู่เสมอเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยหรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน ซึ่งโปรแกรม XERF ราคาเท่าไหร่ ถือเป็นหนึ่งในคำถามที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นนวัตกรรมใหม่ที่โดดเด่นด้านการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าทำไมโปรแกรม XERF ถึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมาเต่งตึง พร้อมแนะนำเทคโนโลยีการสลายไขมันส่วนเกินที่ช่วยให้หน้าเรียวสวยได้ในหนึ่งเดียว
Key Takeaway
- โปรแกรม XERF ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต ความชำนาญการของแพทย์ ทำครั้งเดียวจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 20% ซึ่งเห็นผลชัดเจนใน 2-3 เดือน โดยผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 1 ปี
- โปรแกรม XERF เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF เป็นโปรแกรมเทคโนโลยี Dual Monopolar RF ที่มีทั้งคลื่นความถี่ 2 MHz และ 6.78 MHz ซึ่งแตกต่างจาก Monopolar RF รุ่นอื่น ๆ เช่น Thermage FLX ที่มีเพียงคลื่นความถี่ 6.78 MHz ทำให้เครื่อง XERF สามารถยิงลงในชั้นลึกได้มากกว่า
- โปรแกรม XERF ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันส่วนเกิน เหมาะสำหรับการปรับรูปหน้าให้เรียวและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย
- ความรู้สึกขณะทำโปรแกรม XERF ค่อนข้างเจ็บน้อยและไม่ต้องพักฟื้น เพราะระบบทำความเย็นที่ช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้มีความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าเครื่อง Monopolar RF รุ่นเก่า และสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้หลังทำ
โปรแกรม XERF ช่วยอะไรบ้าง?
โปรแกรม XERF เป็นนวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาผิวอย่างครอบคลุม โดยใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูงส่งผ่านลงสู่ชั้นผิวลึก เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากความโดดเด่นเรื่องช่วยให้หน้าเรียวแล้ว โปรแกรมนี้ยังช่วยจัดการกับปัญหาไขมันส่วนเกินสะสมบริเวณแก้มและเหนียง และทำให้ผิวมีความแน่นกระชับขึ้นอย่างชัดเจน
การทำหัตถการนี้ดูแลโดยแพทย์ที่มีความเข้าใจในโครงสร้างผิวเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับผิวที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยตามวัย หรือการปรับสภาพผิวให้มีความเรียบเนียนละเอียดขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง ริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้าดูจางลง ส่งผลให้ผิวดูสุขภาพดีและแลดูอ่อนเยาว์โดยไม่จำเป็นต้องใช้เข็มหรือการผ่าตัด
โปรแกรม XERF ราคาเท่าไหร่
ราคาโปรแกรม XERF มักจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นต้น ๆ ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต (Shots) หรือบริเวณที่ต้องการดูแล สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับบริการที่ TALISA Clinic สาขา Union Mall และ BTS เอกมัย มีโปรโมชันสุดพิเศษดังนี้
- โปรแกรม XERF 300 shots ราคา 25,000 บาท
- โปรแกรม XERF 600 shots ราคา 49,000 บาท
- แพ็กเกจคู่สุดคุ้ม (โปรแกรม XERF + โปรแกรม Ultraformer III) :
- โปรแกรม XERF 300 shots + โปรแกรม Ultraformer III 400 shots ราคา 29,990 บาท
- โปรแกรม XERF 600 shots + โปรแกรม Ultraformer III 400 shots ราคา 52,990 บาท
โปรแกรม XERF ทำบริเวณไหนได้บ้าง?
โปรแกรม XERF มีความยืดหยุ่นสูงในการเลือกบริเวณที่ต้องการรับบริการ เพราะมีหัวยิงที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับสภาพผิวในแต่ละจุด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กว้างหรือพื้นที่ขนาดเล็กที่ต้องการความละเอียดอ่อน โดยบริเวณที่นิยมทำมีดังนี้
- ทั่วใบหน้า : ช่วยยกกระชับผิวในภาพรวม ลดความหย่อนคล้อย และปรับรูปหน้าให้ดูเข้ารูปมากขึ้น
- แก้มและแนวขากรรไกร : เน้นการสลายไขมันส่วนเกินและแก้ปัญหาร่องแก้มที่ลึกให้ดูตื้นขึ้น พร้อมเสริมให้กรอบหน้าดูคมชัด
- ใต้คางและลำคอ : จัดการปัญหาเหนียงหรือผิวบริเวณลำคอที่เริ่มมีริ้วรอยและขาดความยืดหยุ่น
- รอบดวงตา : ช่วยยกคิ้วและลดความหย่อนคล้อยบริเวณผิวเปลือกตาหรือใต้ตา ให้ดวงตาดูเปิดกว้างและสดใสขึ้น
- ผิวกาย : สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา ช่วยให้ผิวที่มีความย้วยหรือหย่อนคล้อยกลับมาเฟิร์มกระชับ
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของโปรแกรม XERF เป็นอย่างไร
ก่อนตัดสินใจทำหัตถการใด ๆ การทำความเข้าใจทั้งด้านบวกและข้อจำกัดของเทคโนโลยีนั้น ๆ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งโปรแกรม XERF มีจุดเด่นและสิ่งที่ควรพิจารณาดังนี้
ข้อดีของโปรแกรม XERF
- ความเจ็บอยู่ในระดับที่ทนได้ : มีระบบทำความเย็นอัตโนมัติที่ช่วยบรรเทาความร้อนขณะพลังงานลงสู่ผิว ทำให้รู้สึกสบายผิวมากกว่าการทำเครื่องยกกระชับหน้ารุ่นก่อน ๆ
- ไม่มีบาดแผลและไม่ต้องพักฟื้น : หลังทำอาจมีเพียงอาการผิวอมชมพูเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเอง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตปกติได้
- ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ : การกระตุ้นคอลลาเจนจากภายในทำให้ผิวค่อย ๆ กระชับขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าไม่ดูแข็งจนเกินไป
ข้อเสียของโปรแกรม XERF
- ต้องอาศัยระยะเวลา : แม้จะเห็นผลบางส่วนหลังทำทันที 20-30% แต่ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ต้องรอการสร้างคอลลาเจนใหม่ประมาณ 2-3 เดือน
- ราคาต่อครั้ง : สำหรับบางคนอาจมองว่าราคาสูงกว่าหัตถการพื้นฐานทั่วไป แต่หากเทียบกับระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ถือว่าคุ้มค่ามาก
- ความต่อเนื่อง : เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน แนะนำให้ทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้ง ตามการประเมินของแพทย์
โปรแกรม XERF ต่างจากโปรแกรม ThermageFLX อย่างไร?
สิ่งที่เเตกต่างคือโปรแกรม XERF เป็นเทคโนโลยี Dual Monopolar RF ซึ่งจะมีสองคลื่นความถี่ ได้เเก่ 2 MHz และ 6.78 MHz ซึ่ง Monopolar RF รุ่นอื่น ๆ เช่นโปรแกรม Thermage หรือโปรแกรม Oligio จะมีเเค่ 6.78 MHz การที่โปรแกรม XERF มีคลื่นความถี่ 2 MHz เพิ่มขึ้นมาจะทำให้พลังงานทะลุชั้นผิวได้ลึกกว่าเดิม สามารถลดไขมันในชั้นลึกได้ลึกกว่า เเละยังถึงชั้น SMAS ทำให้มีเเรงยกหน้าขึ้นอีกด้วย
ซึ่งโปรแกรม XERF มักจะโดดเด่นในเรื่องของความสบายขณะทำ (Comfort level) เพราะโปรแกรม XERF เจ็บน้อยมาก มีระบบ Cooling และ Real-time Sensor ที่ทันสมัย จับอุณหภูมิของชั้นผิวก่อนยิงทุกชอต ทำให้ความเสี่ยงในการมีผิวไหม้ เบิร์นน้อยมาก ๆ ในขณะที่โปรแกรม ThermageFLX อาจจะให้ความรู้สึกที่ร้อนกว่าในบางจุด แต่ทั้งสองโปรแกรมก็มุ่งเน้นการแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย และสลายไขมันได้ดีเช่นเดียวกัน การเลือกใช้อาจขึ้นอยู่กับความไวต่อความรู้สึกของแต่ละบุคคล รวมถึงงบประมาณที่วางไว้ โดยสามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์ที่ดูแลเพื่อประเมินเลือกเครื่องที่เหมาะสมกับสภาพผิวมากที่สุด
โปรแกรม XERF อันตรายไหม มีผลข้างเคียงหรือไม่?
โปรแกรม XERF เป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการรับรองและมีความน่าเชื่อถือในระดับสากล ผ่านการรับรองมาตรฐาน อ.ย.สหรัฐอเมริกา (USFDA) ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้มีระบบตัดไฟอัตโนมัติหากหัวยิงสัมผัสผิวไม่สนิท และมีการปล่อยระบบทำความเย็นออกมาพร้อมกับพลังงานความร้อน เพื่อป้องกันโอกาสที่จะเกิดผิวไหม้ (Burn) ได้เป็นอย่างดี
ผลข้างเคียงที่อาจพบได้หลังทำคืออาการระบมใต้ผิวเล็กน้อย หรือมีรอยแดงจาง ๆ ในบริเวณที่เน้นพลังงาน ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม หัตถการนี้ควรทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญในการปรับตั้งค่าพลังงานให้เหมาะสมกับความหนาของชั้นผิวในแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ และลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
เลือกคลินิกทำโปรแกรม XERF อย่างไรดี?
เนื่องจากความนิยมของโปรแกรมยกกระชับมีมากขึ้น การเลือกสถานพยาบาลที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้การลงทุนกับสุขภาพผิวของคุณเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยมีหลักการพิจารณาดังนี้
- ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคลินิก : คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง และเปิดเผยชื่อแพทย์ที่ทำหัตถการอย่างชัดเจน
- ตัวเครื่องต้องเป็นของแท้ : สามารถตรวจสอบที่มาของเครื่องและหัวยิงได้ว่านำเข้าอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของพลังงานที่ปล่อยออกมา
- มีการให้คำปรึกษาโดยแพทย์ : ก่อนทำควรได้รับการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวและประเมินจำนวนไลน์ที่ต้องใช้อย่างละเอียดโดยแพทย์ทางด้านความงาม
- รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง : มีรีวิวจากเคสที่เคยใช้บริการจริงเพื่อพิจารณาจากความพึงพอใจของผู้รับบริการก่อนหน้า
- สถานที่สะอาดและทันสมัย : คลินิกควรมีการจัดการด้านความสะอาดที่ดี และมีอุปกรณ์สนับสนุนที่ครบครัน
ทำไมต้องทำโปรแกรม XERF ที่ TALISA Clinic
ที่ TALISA Clinic เราให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้าเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพราะเราเข้าใจดีว่าโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การทำโปรแกรม XERF ของเราจึงไม่ใช่เพียงแค่การยิงพลังงานตามขั้นตอน แต่เป็นการออกแบบการยิงเพื่อปรับแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ
การทำหัตถการโดยแพทย์ที่ TALISA Clinic จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับพลังงานในระดับที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้เรายังมีเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลปัญหาผิวอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เช่นโปรแกรม Ultraformer III สำหรับคนที่ต้องการเน้นการยกกระชับในชั้นลึก หรือโปรแกรม Oligio และโปรแกรม Oligio X สำหรับงานผิวที่ต้องการความละเอียดอ่อนสูง
หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่เหนือระดับขึ้นไปอีก เรายังมีตัวเลือกอย่างโปรแกรม Ulthera และนวัตกรรมใหม่ล่าสุดอย่างโปรแกรม Ulthera Prime ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของสภาพผิวและงบประมาณที่คุณตั้งไว้ เพื่อให้ทุกการเข้ารับบริการที่ TALISA Clinic เป็นการดูแลที่คุ้มค่าและพึงพอใจ
เจาะลึกความต่างที่คนอยากหน้าเรียวต้องรู้! โปรแกรม XERF vs โปรแกรม OligioX นวัตกรรมไหนจะช่วยสลายไขมันและยกกระชับผิวได้โดนใจคุณมากกว่ากัน
โปรแกรม XERF ราคาคุ้มค่าที่คุณไม่ควรพลาด
หากคุณกำลังมองหาทางลัดในการกู้คืนความอ่อนเยาว์และต้องการใบหน้าที่ดูเข้ารูปสวย การตรวจสอบราคาโปรแกรม XERF และโปรโมชันล่าสุดจะช่วยให้คุณวางแผนการดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น โปรแกรมนี้ไม่เพียงแต่ให้ผลลัพธ์ในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพผิวในระยะยาว ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โปรแกรม XERF ลดไขมัน แก้มเหนียง สร้างกรอบหน้า เเละยกกระชับหน้าไปด้วยทีเดียว ไม่เจ็บ และเห็นผลลัพธ์ หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการให้แพทย์ช่วยประเมินสภาพผิว สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ TALISA Clinic ทุกสาขา
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE @talisaclinic
- Instagram : talisaclinic
- Facebook : Talisa clinic
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โปรแกรม XERF เจ็บไหม?
การทำโปรแกรม XERF จะให้ความรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิวหนังในระดับที่ทนได้สบาย โดยไม่มีความรู้สึกร้อนจี๊ดหรือเจ็บปวดรุนแรง เนื่องจากมีระบบทำความเย็น ICD Cooling ที่คอยปกป้องผิวชั้นบนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้รับบริการส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องแปะยาชาก่อนเริ่มทำหัตถการ
โปรแกรม XERF กี่วันเห็นผล?
ผลลัพธ์หลังการทำโปรแกรม XERF จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้หลังทำประมาณ 20-30% โดยผิวจะดูตึงกระชับขึ้น กรอบหน้าดูชัดขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับลดไขมันแก้ม เหนียง จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อผ่านไป 1-3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่อย่างเต็มที่
โปรแกรม XERF ทำร่วมกับเครื่องอื่นได้ไหม?
สามารถทำได้และแนะนำอย่างยิ่งในกรณีที่ต้องการผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ เช่น การทำโปรแกรม XERF กับโปรแกรม Ulthera เพื่อเน้นทั้งการยกผิวชั้นลึกและงานคุณภาพผิวชั้นบน ทั้งนี้ควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินลำดับการทำหัตถการเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ
References
XERF – Structural Skin Tightening – Cynosure Lutronic. (n.d.). Cynosure. https://www.cynosure.com/xerf/
XERF Structural Skin Tightening with no numbing, no needles, and no downtime. (n.d.). Cornforthgyn. https://www.cornforthgyn.com/storage/app/media/CUS-1988-CL-XERF-Sell-Sheet.pdf
The future of skin tightening is here – meet the XERF treatment. (n.d.). Cynosure. https://www.cynosure.com/xerf-treatment/








