ปัจจุบันการทำโปรแกรมเลเซอร์กำจัดขนได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีอย่างโปรแกรม Diode Laser vs Yag ที่มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ เพราะทั้งสองโปรแกรมต่างเป็นตัวเลือกยอดนิยมในการกำจัดขน แต่ก็มีจุดเด่นที่ต่างกันไปตามสภาพผิวและสีขนของแต่ละคน
โปรแกรม Diode Laser vs Yag จึงกลายเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ว่า เทคโนโลยีไหนให้ผลลัพธ์ตอบโจทย์มากกว่ากัน ระหว่างโปรแกรม Diode Laser กับ Yag ต่างกันอย่างไร โปรแกรม Yag กับ Diode อันไหนดีกว่า ซึ่ง TALISA Clinic จะมาอธิบายให้เข้าใจชัดเจนถึงความแตกต่างของทั้งสองโปรแกรม เพื่อช่วยให้การเลือกโปรแกรมเลเซอร์กำจัดขนเป็นเรื่องที่ง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้น
Key Takeaway
- โปรแกรมเลเซอร์ Diode Laser vs Yag ต่างกันที่ความยาวคลื่นและความเหมาะสมของผิว โดยโปรแกรม Diode เหมาะผิวขาวถึงปานกลางและขนสีเข้ม ส่วนโปรแกรม YAG Laser เหมาะกับทุกสีผิวและกำจัดขนได้หลากหลายกว่า โดยเฉพาะขนหนาหรือผิวเข้ม
- โปรแกรม YAG Laser สามารถกำจัดขนได้หลายบริเวณ เช่น เลเซอร์น้องสาว เลเซอร์หนวด ขนรักแร้ และลดปัญหาขนคุด
- การทำโปรแกรม YAG Laser ควรทำ 5-8 ครั้ง ห่างกัน 4-6 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์การกำจัดขนที่ดีที่สุด
โปรแกรม Diode Laser คืออะไร?
โปรแกรม Diode Laser เป็นเทคโนโลยีกำจัดขนที่ใช้ความยาวคลื่นประมาณ 808–810 nm ทำงานได้ดีในกลุ่มขนบางถึงขนเส้นกลาง อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นขนแข็ง ขนบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน หรือขนที่ถูกโกนซ้ำ ๆ จนรากขนแข็งแรง มักต้องทำหลายครั้งกว่าจะเห็นผลใกล้เคียงกับ Long-Pulsed Nd:YAG อีกทั้งความยาวคลื่นของ Diode ยังถูกดูดซับโดยเม็ดสีผิวได้ง่าย จึงมีความเสี่ยงต่อผิวไหม้ ผิวคล้ำ หรือเกิดรอยด่างดำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวสองสีหรือผิวเข้ม และผลต่อผิวจะอยู่เพียงชั้นตื้น ทำให้รู้สึกตึงร้อนหลังทำเพียงชั่วคราว
ในขณะที่ Nd:YAG Laser ที่ความยาวคลื่น 1064 nm ให้ประสิทธิภาพดีกว่าในกรณีขนแข็ง ขนฮอร์โมน หรือขนที่โกนบ่อย เพราะพลังงานไม่ถูกดูดซับโดยเม็ดสีผิวเหมือน Diode จึงลดความเสี่ยงต่อการไหม้หรือผิวคล้ำ ทำให้เหมาะกับทุกโทนสีผิว โดยเฉพาะผิวเอเชียฟิตซ์ 4–6 นอกจากนี้ พลังงานที่ลงลึกของ YAG ยังช่วยลดการอักเสบใต้ผิว ลดขนคุดและตุ่มหนังไก่ ทำให้ผิวเรียบเนียนและรูขุมขนดูกระชับกว่า Diode ซึ่งมักให้ความรู้สึกร้อนตึงเฉพาะผิวชั้นบนเท่านั้น ส่งผลให้ Nd:YAG ให้ผลลัพธ์ครบทั้งการลดขน ผิวเนียน และปัญหาขนคุดดีขึ้นในครั้งเดียวแบบ 3 in 1
โปรแกรม YAG Laser คืออะไร?
โปรแกรม YAG Laser คือ เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1064 nm ซึ่งสามารถทะลุผิวลงไปได้ลึกกว่าโปรแกรม Diode Laser (808-810 nm) อย่างเห็นได้ชัด ทำให้เข้าถึงรากขนที่หนา ดำ และอยู่ลึกได้ดีกว่า โดยเฉพาะบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน เช่น หนวด คาง รักแร้ และขาหนีบ
สำหรับคนเอเชียและผู้ที่มีผิวเข้มซึ่งมักมีเม็ดสีเมลานินในผิวมาก โปรแกรม YAG จะจับเม็ดสีที่รากขนได้อย่างแม่นยำ โดยไม่กระทบต่อเม็ดสีที่ผิวหนัง ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดรอยไหม้เกือบจะเป็นศูนย์ ซึ่งต่างจาก โปรแกรม Diode Laser ที่มักทำให้เกิดรอยดำหลังการทำ (PIH) หรือเกิดรอยไหม้ได้ง่ายในผู้ที่มีผิวสองสีหรือผิวเข้ม
ด้วยเหตุนี้ YAG จึงเป็นตัวเลือกที่แม่นยำกว่า เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ไว เครื่อง Long-Pulsed Nd : YAG รุ่นคุณภาพสูง เช่น Aileen, Light B Evo สามารถส่งพลังงานได้สูงและมีเสถียรภาพดี แม้ว่าจะปรับ Spot Size ให้ใหญ่ขึ้นก็ตาม พลังงานยังคงคงที่ ส่งผลให้การทำลายรากขนเกิดขึ้นได้ลึกและมีประสิทธิภาพมากกว่า Diode Laser
โดยจุดเด่นของโปรแกรม YAG Laser สามารถช่วยลดปัญหาขนคุด รูขุมขนอักเสบ และทำให้ผิวเรียบเนียน นอกจากนี้การทำโปรแกรม YAG Laser ยังให้ผลลัพธ์อ่อนโยนต่อผิว ลดการระคายเคือง ลดความเจ็บ พลังงานเลเซอร์ยิงลงลึกและสม่ำเสมอ ทำให้รากขนฝ่อ เส้นขนใหม่ขึ้นน้อยลง จึงเห็นผลชัดเจนเมื่อทำต่อเนื่องตามจำนวนครั้งที่เหมาะสม
โปรแกรม Diode Laser กับ โปรแกรม YAG Laser ต่างกันอย่างไรบ้าง?
เมื่อพูดถึงความต่างของโปรแกรมเลเซอร์กำจัดขนอย่างโปรแกรม Diode Laser กับ Yag ทั้งสองโปรแกรม เป็นเทคโนโลยีหลักที่มีความแตกต่างกันในหลายมิติ การทำความเข้าใจความแตกต่างของโปรแกรม Diode Laser vs Yag จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับความต้องการ และสภาพผิวของแต่ละบุคคลได้ดีที่สุด โดยรายละเอียดของทั้งสองโปรแกรม Diode Laser vs Yag มีดังนี้
โปรแกรม Diode Laser มีจุดเด่นที่การใช้ความยาวคลื่นแสงตั้งแต่ 808-810 นาโนเมตร ทะลุลงผิวได้ไม่ลึกพอ อาจจับเม็ดสีที่ผิวได้ด้วย ทำให้มีโอกาสเกิดรอยดำหลังการทำ (PIH) หรือไหม้ได้ง่ายกว่า ต้องทำหลายครั้งเพื่อให้เห็นผลอย่างต่อเนื่อง
โปรแกรม YAG Laser โดยเฉพาะโปรแกรม Long Pulse Nd Yag มีความโดดเด่นที่ความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร ซึ่งสามารถส่งผ่านพลังงานลงลึกถึงชั้นรากขนได้อย่างแม่นยำโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำให้โปรแกรม YAG Laser เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกสีผิว รวมถึงผิวสีเข้มหรือผิวแทน และมีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดขนได้เกือบทุกประเภท (ยกเว้นขนสีขาวที่ไม่มีเม็ดสี)
นอกจากนี้ ทั้งสองโปรแกรมยังมีความแตกต่างอีก ดังนี้
- ความเหมาะสมสำหรับสีผิวและเส้นขน โปรแกรม YAG Laser เหมาะสำหรับทุกสีผิว และมีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดขนที่มีลักษณะหนา ดกดำ รวมถึงขนที่ฝังลึก ซึ่งต่างจากโปรแกรม Diode Laser ที่อาจเหมาะกับผิวสีอ่อนกว่า และขนสีเข้ม
- บริเวณที่สามารถทำโปรแกรมได้ โปรแกรม YAG Laser สามารถทำโปรแกรมได้อย่างครอบคลุมและหลากหลาย โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องการความละเอียดอ่อนและความแม่นยำสูง เช่น เลเซอร์ขนน้องชาย หรือเลเซอร์รักแร้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับบริเวณอื่น ๆ ทั่วร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดปัญหาขนคุด และรูขุมขนอักเสบ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่โดดเด่นของโปรแกรม YAG Laser
ก่อนทำโปรแกรม Laser เตรียมตัวยังไงบ้าง?
เพื่อให้การทำโปรแกรม Diode Laser vs Yag ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และลดความเสี่ยงจากการระคายเคือง การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Diode Laser vs Yag และการดูแลตนเองหลังทำโปรแกรม Laser Diode vs Yag จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก
การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Diode Laser vs Yag
- งดการถอนหรือแว็กซ์ขนบริเวณที่จะทำโปรแกรม Diode Laser vs Yag อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการ
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดเป็นเวลานานประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนทำโปรแกรม Diode Laser vs Yag เพื่อป้องกันผิวไหม้แดด และลดความเสี่ยงการเกิดผลข้างเคียง
- งดการสครับผิวหรือขัดตัวบริเวณที่จะทำโปรแกรมเลเซอร์ Diode vs Yag เพื่อลดโอกาสเกิดการระคายเคือง
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มี AHA, BHA หรือกรดผลไม้ 3 วันก่อนทำ
- หากมีประวัติโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยาชนิดใดอยู่ โปรดแจ้งกับทางคลินิกให้ทราบล่วงหน้า
การดูแลตนเองหลังทำโปรแกรม Diode Laser vs Yag
- ประคบเย็นบริเวณที่ทำโปรแกรม Diode vs Yag หากรู้สึกอุ่นหรือระคายเคือง เพื่อช่วยบรรเทาอาการ
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดโดยตรง และควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปกป้องผิวที่บอบบางหลังทำโปรแกรม Diode Laser vs Yag
- งดการสครับผิว ขัดถู หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิวบริเวณที่ทำโปรแกรม Diode หรือ Yag เป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนสูง เช่น การซาวน่า การอบไอน้ำ หรือการออกกำลังกายที่ทำให้เหงื่อออกมาก ๆ ในช่วง 2-3 วันแรก
- ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น
โปรแกรม Yag Laser ที่ TALISA Clinic พร้อมดูแลโดยทีมแพทย์
หากกำลังพิจารณาเลือกโปรแกรมเลเซอร์ขนในหลากหลายบริเวณ โปรแกรม YAG Laser สามารถปรับให้เหมาะกับบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์น้องสาว เลเซอร์หนวด ขนแขน ขนขา หรือบริเวณอื่น ๆ ตามความต้องการ โดย TALISA Clinic ให้บริการโปรแกรม YAG Laser ด้วยเทคโนโลยี Long Pulse ND Yag ที่ได้รับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย KFDA และ CE จากยุโรป พร้อมทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ขั้นตอนปรึกษาไปจนถึงการทำหัตถการ
ที่ TALISA Clinic ยังมีออกแบบโปรแกรมให้เหมาะสมกับสภาพผิวและลักษณะเส้นขนแต่ละคน ทำให้การกำจัดขนมีความแม่นยำ และได้ผลลัพธ์ยาวนาน ช่วยลดการเกิดขนคุด และทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างชัดเจน
สำหรับใครที่สนใจโปรแกรม YAG Laser ค่าใช้จ่ายโปรแกรมเลเซอร์ขน ราคาจะเริ่มต้นประมาณ 800-3,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณและลักษณะเส้นขน นอกจากนี้ TALISA Clinic ยังมีแพ็กเกจโปรโมชั่นที่คุ้มค่าอีกมากมาย เช่น โปรแกรมเลเซอร์รักแร้ 2,490 บาท/ปี, โปรแกรมเลเซอร์บิกินี่ 5,699 บาท/ปี และโปรแกรมเลเซอร์หนวดเครา 3,490 บาท/ปี เพื่อให้สามารถทำต่อเนื่องและเห็นผลอย่างที่ต้องการ
โปรแกรม Diode Laser vs Yag Laser ให้คุณมีผิวที่เนียนขนเกลี้ยงเกลา
โปรแกรม Diode Laser vs Yag เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับการกำจัดขน ซึ่งทั้งสองโปรแกรมมีความแตกต่างในเรื่องความยาวคลื่นและความเหมาะสมกับผิวและเส้นขน แต่โปรแกรม YAG Laser เหมาะกับทุกสีผิวและแทบทุกประเภทของเส้นขน ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและลดปัญหาขนคุดได้
TALISA Clinic พร้อมให้บริการกำจัดขนด้วยโปรแกรม YAG Laser ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Long Pulse Nd Yag ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกสู่ชั้นใต้ผิวโดยไม่ทำร้ายผิวชั้นบน เหมาะสำหรับการกำจัดขนได้ทั้งบริเวณใบหน้า ตำแหน่งจุดซ่อนเร้นที่ผิวบอบบาง และทุกส่วนของร่างกาย พร้อมทีมแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยคุณเผยผิวเรียบเนียนในแบบที่ต้องการ ด้วยโปรแกรมที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ให้คุณหมดกังวลเรื่องขนกวนใจ
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE @talisaclinic
- Instagram : talisaclinic
- Facebook : Talisa clinic
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เลเซอร์ขนบริเวณไหนเจ็บสุด
ความรู้สึกเจ็บระหว่างการทำโปรแกรม Diode Laser vs Yag จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บริเวณที่มักจะรู้สึกเจ็บได้มากกว่าส่วนอื่น ๆ คือบริเวณที่มีผิวบอบบางและมีเส้นขนหนา เช่น บริเวณจุดซ่อนเร้นหรือรักแร้ แต่โดยรวมแล้วเป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการประคบเย็น
โปรแกรม YAG Laser ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
โปรแกรมเลเซอร์ขนกี่ครั้งเห็นผล ต้องทำบ่อยแค่ไหน? โดยทั่วไปแล้ว แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 5-8 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้พลังงานเลเซอร์สามารถกำจัดเส้นขนในระยะการเจริญเติบโตได้อย่างทั่วถึง ซึ่งจำนวนครั้งที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นขน สีผิว และบริเวณที่ทำ









