ภาวะตาโหลเป็นลักษณะความผิดปกติบริเวณรอบดวงตาที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของใบหน้าอย่างชัดเจน โดยปัญหาเบ้าตาลึกนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอเพียงอย่างเดียว แต่มีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างกระดูกและไขมันใต้ชั้นผิวหนัง เราจึงควรศึกษาสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาตาโหลที่ถูกต้อง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ในการแก้ตาโหลได้ชัดเจน
Key Takeaway
- ตาโหลและเบ้าตาลึกมีสาเหตุหลักมาจากการสูญเสียไขมันรอบดวงตา และการสลายตัวของกระดูกเบ้าตาตามวัยที่เพิ่มขึ้น
- ตาโหลสามารถแก้ไขได้หลายวิธี เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา การยกกระชับด้วยโปรแกรม Ulthera หรือการศัลยกรรม ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา
- การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบำรุงผิวรอบดวงตา สามารถช่วยป้องกันและบรรเทาความรุนแรงของรอยบุ๋มลึกได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจไม่ถาวร
- การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมและดูแลให้ปลอดภัยในระยะยาวได้มากยิ่งขึ้น
ตาโหล เบ้าตาลึก คืออะไร ต่างกันอย่างไร?
ตาโหล คือ ภาวะที่ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาเกิดการยุบตัวลงไปจนมองเห็นส่วนขอบของกระดูกเบ้าตา (Orbital Rim) ได้ชัดเจน ลักษณะนี้มักทำให้เกิดเงาดำใต้ตา ส่งผลให้หน้าโทรมและไม่สดใส ภาวะดังกล่าวมักมาพร้อมกับความหย่อนคล้อยของผิวหนังรอบดวงตา ทำให้ดวงตาดูจมลึกเข้าไปมากกว่าปกติ
ส่วนคำว่า เบ้าตาลึก มักจะสื่อถึงลักษณะกระดูกเบ้าตามีความลึกเป็นทุนเดิม หรือเกิดจากการฝ่อตัวของไขมันรอบดวงตาจนผิวหนังแนบไปกับกระดูก
สรุปได้ว่าทั้งสองคำมีความเกี่ยวข้องกันในแง่ของลักษณะที่ปรากฏ แต่ตาโหลมักจะมีความหมายรวมไปถึงความอิดโรยและสีผิวใต้ตาที่คล้ำเสียร่วมด้วย ในขณะที่เบ้าตาลึกอาจเป็นลักษณะโครงสร้างใบหน้าตามธรรมชาติของบางคน หรือที่เรียกว่า Sunken Eyeball คือภาวะที่ลูกตาดูจมลึกเข้าไปนั่นเอง
สาเหตุของตาโหล เบ้าตาลึก เกิดจากอะไรได้บ้าง?
ปัญหาเบ้าตาลึกนี้มีปัจจัยกระตุ้นที่หลากหลายซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างใบหน้าในระดับชั้นผิวและชั้นกระดูก โดยสาเหตุหลักมีดังนี้
- การสลายตัวของไขมัน เมื่ออายุมาก ไขมันบริเวณรอบดวงตาจะเกิดการฝ่อตัวและคล้อยลง ทำให้ผิวบุ๋มลงไปจนกลายเป็นตาโบ๋ คือลักษณะที่เห็นได้ชัดเจน
- การเสื่อมสภาพของกระดูก กระดูกเบ้าตาจะมีการขยายกว้างขึ้นและบางลงเมื่ออายุมาก ทำให้พื้นที่รองรับดวงตาเปลี่ยนไป และเกิดร่องตาลึก
- พันธุกรรม โครงสร้างใบหน้าบางครอบครัวอาจมีลักษณะเบ้าตาลึก เกิดจากกรรมพันธุ์ที่มีกระดูกเบ้าตากว้างหรือไขมันน้อยตั้งแต่กำเนิด
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ การจ้องหน้าจอนานเกินไป และภาวะขาดน้ำ ล้วนส่งผลให้ใต้ตาลึกเกิดจากการที่ร่างกายดึงน้ำออกจากเนื้อเยื่อ
- โรคประจำตัวและภูมิแพ้ อาการภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดการขยี้ตาบ่อยครั้งจะทำลายเส้นเลือดฝอยและผิวหนังรอบดวงตา จนทำให้เกิดอาการใต้ตาลึก ผิวรอบดวงตาคล้ำเสีย
ตาโหล เบ้าตาลึก อันตรายไหม ควรแก้หรือไม่?
โดยทั่วไปแล้วลักษณะตาโหลหรือเบ้าตาลึกไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพกาย แต่มักมีผลต่อสภาพจิตใจ เพราะทำให้ภาพลักษณ์ภายนอกดูไม่สดชื่นและดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา และการปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเกิดรอยตีนกา และริ้วรอยลึกส่วนอื่นที่แก้ไขได้ยากขึ้นในอนาคต
การตัดสินใจว่าจะรักษาหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนบุคคล หากปัญหาเบ้าตาลึกเริ่มส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพหรือทำให้ใช้ชีวิตยากขึ้น การปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีแก้ถือเป็นทางเลือกที่ดี นอกจากนี้การรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ยังช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของผิวหนังรอบดวงตา และช่วยยกกระชับหน้าให้ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
วิธีแก้ตาโหล เบ้าตาลึก มีอะไรบ้าง? แบบไหนเหมาะกับใคร
สำหรับปัญหาใต้ตาลึกแก้ยังไงนั้น วิธีการรักษาในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปอย่างมาก โดยสามารถแบ่งตามความเหมาะสมของสภาพผิวแต่ละบุคคล ดังนี้
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เติมเต็มร่องลึก
การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ คือการใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ฉีดเข้าไปใต้ผิวบริเวณที่มีปัญหา ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการรักษาใต้ตาลึก เนื่องจากสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน แพทย์จะทำการฉีดสารเติมเต็มลงไปในชั้นใต้กล้ามเนื้อ หรือชั้นกระดูกเพื่อทดแทนไขมันที่สลายตัวไป ช่วยลดความลึกของเบ้าตา ลดเงาดำใต้ตา ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยใต้ตาให้ดูจางลง และผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น
สำหรับโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาที่ TALISA Clinic เราให้ความสำคัญกับการเลือกสารเติมเต็มที่ได้คุณภาพ และเหมาะกับปัญหาผิวรอบดวงตาของแต่ละคน โดยแพทย์จะทำการประเมินผิวและให้คำแนะนำว่าสามารถแก้ปัญหาด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์แบบใดได้บ้าง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูดี แก้ตาโหลได้ชัดยิ่งขึ้น
โปรแกรมฉีดไขมัน เติมเต็มอย่างดูเป็นธรรมชาติ
สำหรับผู้ที่ไม่รู้ว่าปัญหาใต้ตาลึกใช้อะไรดี และกลัวเกิดการแพ้ โปรแกรมฉีดไขมัน (Fat Grafting Program) ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยแพทย์จะนำไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาสกัดและฉีดเติมบริเวณเบ้าตา วิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน หากเซลล์ไขมันที่ฉีดเข้าไปมีการเจริญเติบโตได้ดี
ยกกระชับรอบดวงตาด้วยโปรแกรม Ulthera
การใช้เครื่องมืออย่างโปรแกรม Ulthera หรือโปรแกรม Ulthera Prime สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้น SMAS รอบดวงตา วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการตาโหลร่วมกับความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ทั้งยังช่วยให้ผิวรอบดวงตาตึงกระชับขึ้น และช่วยลดปัญหาหางตาตกได้ด้วย
การทำหัตถการยกกระชับตาโหลที่ TALISA Clinic จะทำภายใต้การดูแลโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งแพทย์ของเรามีความชำนาญในการดูแลผิวและสรีระใบหน้าอย่างละเอียด ช่วยให้การใช้โปรแกรม Ultherapy ยกกระชับใต้ตาที่ลึกได้อย่างแม่นยำ ดูเป็นธรรมชาติ และสามารถดูแลให้ปลอดภัยได้อย่างเต็มที่
ศัลยกรรมแก้ไขโครงสร้างใต้ตา
ในกรณีที่ปัญหาเบ้าตาลึกเกิดจากความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อและผิวหนังอย่างรุนแรง หรือมีถุงใต้ตาขนาดใหญ่ร่วมด้วย การผ่าตัดจัดเรียงไขมันใต้ตาใหม่จะช่วยให้พื้นผิวใต้ตาดูเต็มและเรียบเนียนขึ้นในระยะยาว แต่จำเป็นต้องกระทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
สกินแคร์บำรุงใต้ตา ช่วยฟื้นฟูผิว
การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของเปปไทด์ วิตามินซี หรือเรตินอลสูตรอ่อนโยน จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวหนังชั้นนอก แม้จะไม่สามารถแก้ปัญหาร่องตาลึกที่เกิดจากโครงสร้างกระดูกได้ แต่จะช่วยให้คุณภาพผิวดีขึ้น และลดความหมองคล้ำที่ทำให้ดวงตาโหล
มาสก์ใต้ตา เพิ่มความชุ่มชื้น
การมาสก์หน้าหรือมาสก์ใต้ตาด้วยแผ่นเจลที่มีความเย็นและสารสกัดเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น Ceramide จะช่วยบรรเทาอาการผิวขาดน้ำในเบื้องต้น ทำให้ดวงตาที่เคยดูแห้งเหี่ยวกลับมาดูอิ่มน้ำชั่วคราว สามารถทำควบคู่ไปกับวิธีอื่น ๆ เพื่อดูแลป้องกันตาโหลในระยะยาว
ปรับพฤติกรรม (นอนพักผ่อน / ลดการใช้สายตา)
สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าตาลึกแก้ยังไง เริ่มต้นง่าย ๆ ได้ที่การปรับพฤติกรรม การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7-9 ชั่วโมง และการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ จะช่วยให้เซลล์ผิวหนังรอบดวงตาไม่เกิดภาวะฝ่อตัวจากความเครียดสะสมและการขาดน้ำ
หลังแก้ตาโหล ควรดูแลตัวเองอย่างไรให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมหัตถการหรือศัลยกรรมแก้ตาโหล เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ดวงตาคงความสดใสได้ยาวนานขึ้น TALISA Clinic แนะนำแนวทางปฏิบัติดังนี้
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สารเติมเต็มหรือเซลล์ไขมันเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง และลดการเกิดริ้วรอยใหม่
- รักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย การดื่มน้ำสะอาดช่วยให้ Hyaluronic Acid อุ้มน้ำได้ดีขึ้น ส่งผลให้ดวงตาดูอิ่มเต็มอยู่เสมอ
- ปกป้องผิวจากแสงแดด รังสี UV เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ควรทาครีมกันแดดรอบดวงตาและสวมแว่นกันแดดเมื่อออกที่แจ้ง
- ลดอาหารรสจัดและโซเดียม การทานโซเดียมมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำบริเวณดวงตา ซึ่งส่งผลเสียต่อการฟื้นตัวของผิวหนังหลังทำหัตถการ
- พักผ่อนให้เป็นเวลา การนอนตั้งแต่หัวค่ำจะช่วยให้ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormones) ทำงานได้เต็มที่ในการซ่อมแซมเซลล์รอบดวงตา
วิธีป้องกันตาโหล เบ้าตาลึก ก่อนเกิดปัญหา
การป้องกันเบ้าตาลึก สามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพผิวหนังตั้งแต่เนิ่น ๆ ดังนี้
- บำรุงผิวด้วย Eye Cream ที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้น และกระตุ้นคอลลาเจนตั้งแต่ช่วงวัย 20 ปลาย ๆ
- ใช้หลัก 20-20-20 หากต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ๆ คือการพักสายตา 20 วินาที ทุก 20 นาที โดยมองไปที่ไกล ๆ 20 ฟุต เพื่อลดความล้าของกล้ามเนื้อดวงตา
- เน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี และโอเมก้า 3 เพื่อบำรุงเนื้อเยื่อและไขมันใต้ผิวหนัง
- งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการถูกทำลายของเนื้อเยื่อผิวหนังรอบดวงตา
วิธีเลือกคลินิกแก้ตาโหล ให้ได้ผลลัพธ์ดีและเหมาะกับตัวเอง
การตัดสินใจรักษาตาโหลด้วยหัตถการทางการแพทย์ จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยในการเลือกคลินิก เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย โดยแนะนำให้ดูจากปัจจัยดังต่อไปนี้
- ต้องทำหัตถการโดยแพทย์ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- อุปกรณ์ได้มาตรฐาน เครื่องมือได้รับอนุญาตถูกต้อง ตัวยาที่ใช้มีการเปิดกล่องต่อหน้า ตรวจสอบแหล่งที่มาได้
- คลินิกควรมีการให้คำปรึกษา และวางแผนการรักษาร่วมกับผู้รับบริการ เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสม
- มีรีวิวจากผู้รับบริการจริง เพื่อประเมินฝีมือและประสิทธิภาพของผลลัพธ์
แก้ปัญหาตาโหลกับ TALISA Clinic ดูแลผิวรอบดวงตาให้กลับมาดูสดใส
TALISA Clinic เรามีโปรแกรมการรักษาที่ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาดวงตาหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรแกรมฟิลเลอร์ หรือการใช้เครื่องยกกระชับ เช่น โปรแกรม Ultraformer III กับโปรแกรม Ultraformer MPT ที่ช่วยยกกระชับได้ลึก รวมถึงโปรแกรม Oligio ที่มีประสิทธิภาพด้านการฟื้นฟูผิวรอบดวงตาได้ดี
นอกจากนี้ TALISA Clinic ยังมีเครื่องโปรแกรม Oligio X และโปรแกรม XERF สำหรับผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับในระดับที่ลึกขึ้น แต่ละขั้นตอนการรักษาจะดูแลโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าทุกเคสจะได้รับผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และดูแลให้ปลอดภัยในระยะยาว
ตาโหล แก้ไขได้! เพื่อดวงตาที่ดูอ่อนเยาว์และสดใสยิ่งขึ้น
แม้ปัญหาตาโหลมักจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่หลากหลายและมีความแม่นยำยิ่งขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เราสามารถกู้คืนความสดใสของดวงตากลับมาได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้หากกังวลเรื่องปัญหาผิวรอบดวงตา TALISA Clinic พร้อมให้บริการปรึกษาและออกแบบการรักษาที่เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กลับมาอีกครั้ง
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE @talisaclinic
- Instagram : talisaclinic
- Facebook : Talisa clinic
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
วิธีแก้ตาโหลแบบไหนเห็นผลเร็ว?
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นวิธีที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนหลังทำเสร็จทันที โดยรอยบุ๋มลึกจะดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยเฉลี่ยโปรแกรมฟิลเลอร์จะคงผลลัพธ์ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวยา และการดูแลตัวเองของแต่ละคน
ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลชัดเจน?
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มักเห็นผลในครั้งเดียว ส่วนการใช้เครื่องยกกระชับอย่างโปรแกรม Ulthera จะเห็นผลชัดเจนหลังทำประมาณ 2-3 เดือน และผลลัพธ์คงอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี
References
Cafasso, J. (2022, June 2). What Causes Sunken Eyes?. Healthline. https://www.healthline.com/health/sunken-eyes
Enophthalmos. (2022, November 2). Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/24414-enophthalmos
Barhum, L. (2024, April 23). What to know about sunken eyes. Medical News Today. https://www.medicalnewstoday.com/articles/320134#summary
Hwang, T. (2011, July 23). Sunken Eyes, Sagging Brain Syndrome: Bilateral Enophthalmos from Chronic Intracranial Hypotension. ScienceDirect. https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0161642011004180








