ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด และริ้วรอยตามวัย เป็นสิ่งที่สามารถดูแลและฟื้นฟูได้ โดยนวัตกรรมความงามในปัจจุบันเปิดโอกาสให้เราดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการผ่าตัด
บทความนี้ TALISA Clinic จะพามาทำความรู้จักกับนวัตกรรมอย่าง Oligio ไขข้อสงสัยว่าคืออะไร Oligio ดีไหม และช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง พร้อมเจาะลึกข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อเป็นทางเลือกในการดูแลผิวอย่างมั่นใจ
Key Takeaways
- โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้คลื่นวิทยุ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและสลายไขมันใต้ผิว
- หลังทำสัมผัสได้ถึงผิวที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ใบหน้าแลดูกระชับขึ้น โดยสามารถคงผลลัพธ์ไว้ได้นาน 6-12 เดือน
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย ผิวไม่เรียบเนียน รวมถึงผู้ที่มีไขมันสะสมใต้ผิวหนัง
- การทำหัตถการนี้ไม่ต้องเตรียมตัวยุ่งยาก ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้
โปรแกรม Oligio คืออะไร ?
Oligio คือ การนำเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ Monopolar RF (Radio Frequency) ความถี่ 6.78 MHz จากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่สามารถส่งพลังงานความร้อน 40-60 องศาเซลเซียส ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน ความร้อนที่สะสมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและลดไขมันสะสม หลังทำจะสังเกตได้ถึงริ้วรอยที่ดูลดเลือน รูขุมขนดูกระชับ และกรอบหน้าที่แลดูกระชับขึ้น เป็นหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อยกกระชับปรับรูปหน้าและช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม
Oligio ทำงานกับผิวชั้นไหน ?
การส่งพลังงานความร้อนของโปรแกรมนี้ครอบคลุมการดูแลผิวในระดับชั้นลึก ดังนี้
ชั้นผิว | การทำงานและผลลัพธ์ | อุณหภูมิเป้าหมายโดยประมาณ |
ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) | ปกป้องผิวชั้นบนด้วยระบบ Cooling System ทำให้รู้สึกสบายผิว | ระบบทำความเย็นรักษาอุณหภูมิผิวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม |
ชั้นหนังแท้ (Dermis) | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวดูแน่นฟู ลดริ้วรอย | 40-60 องศาเซลเซียส |
ชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat) | ช่วยลดไขมันสะสมบางส่วน ทำให้ใบหน้าแลดูกระชับขึ้น | 40-60 องศาเซลเซียส |
หัวทิป Oligio มีกี่แบบ ใช้ต่างกันอย่างไร ?
หัวทิป (Tip) สำหรับปล่อยพลังงานได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระของใบหน้า โดยเป็นหัวทิปแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use) มีฟังก์ชันนับช็อตในตัว แบ่งเป็น 2 แบบหลัก ได้แก่
- หัวทิปมาตรฐาน (Face Tip) เหมาะสำหรับการทำบริเวณพื้นที่กว้าง เช่น แก้ม กรอบหน้า ใต้คาง และลำคอ
- หัวทิปขนาดเล็ก (Eye Tip) ออกแบบมาพิเศษเพื่อเข้าถึงบริเวณที่มีพื้นที่เล็กและบอบบาง เช่น รอบดวงตา และมุมปาก
Oligio ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ?
หลายคนอาจสงสัยว่า Oligio ช่วยเรื่องอะไร การทำโปรแกรมนี้ช่วยดูแลปัญหาผิวหน้าในหลายมิติ โดยแบ่งกลุ่มปัญหาหลัก ๆ ได้ดังนี้
- แก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย
- ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้แลดูตึงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติ ไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือตึงจนเกินไป
- จัดการไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้าและบริเวณใต้คาง
- ช่วยลดไขมันสะสมช่วงแก้มและใต้คาง
- ปรับกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น เสริมสร้างความมั่นใจ
- ฟื้นฟูคุณภาพผิว ช่วยลดริ้วรอยและดูแลรูขุมขน
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูแน่นกระชับและยืดหยุ่นมากขึ้น
- ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ บริเวณรอบดวงตา หน้าผาก และร่องแก้ม
- กระชับรูขุมขนให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนและละเอียดขึ้น
ขั้นตอนการทำ Oligio ตั้งแต่ปรึกษาแพทย์จนจบหัตถการ
หลังจากรู้ว่า Oligio คืออะไรแล้ว ลองมาดูขั้นตอนการทำหัตถการนี้แบบ Step by Step บอกเลยว่าไม่ได้ซับซ้อนและใช้เวลาทำเพียง 20-30 นาทีเท่านั้น
- ปรึกษาและวิเคราะห์โครงหน้า แพทย์ประเมินปัญหาผิวและวางแผนจำนวนช็อตที่เหมาะสม
- ทำความสะอาดผิว คลีนใบหน้าให้สะอาดหมดจดก่อนเริ่มหัตถการ
- วาดตารางกำหนดตำแหน่งยิง เพื่อให้การปล่อยพลังงานเป็นไปอย่างแม่นยำและครอบคลุม
- ทาเจลนำคลื่น ช่วยให้พลังงานส่งผ่านลงสู่ผิวได้ดีและลดการเสียดสี
- ยิงพลังงานพร้อมระบบ Cooling เริ่มทำ Oligio ยกกระชับ โดยเครื่องจะปล่อยระบบความเย็นออกมาพร้อมกันเพื่อให้รู้สึกสบายผิว
- ประเมินผลและนัดติดตาม ทำความสะอาดผิวหลังทำ และให้คำแนะนำการดูแลตัวเอง
Timeline ผลลัพธ์ Oligio หลังทำวันแรกถึง 6 เดือน
ไขข้อสงสัยที่ว่าทำ Oligio ดีไหม ด้วยไทม์ไลน์สรุปการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังทำ ที่จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
ระยะเวลา | สิ่งที่สังเกตได้ |
หลังทำเสร็จ | รู้สึกถึงความตึงกระชับของผิวหน้า กรอบหน้าดูชัดขึ้นเล็กน้อย |
1-2 สัปดาห์ | ผิวเริ่มดูเรียบเนียนขึ้น หากมีอาการบวม จะหายไปจนเป็นปกติ |
1 เดือน | ริ้วรอยเล็ก ๆ เริ่มดูจางลง ผิวดูมีความยืดหยุ่นมากขึ้น |
2-3 เดือน | ช่วงที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน คอลลาเจนใหม่ทำงานเต็มที่ รู้สึกผิวดูแน่นฟู |
6-12 เดือน | ผลลัพธ์เริ่มค่อย ๆ ลดลงตามสภาพผิวและการใช้ชีวิต แนะนำให้เข้ามาประเมินผิวซ้ำ |
เปรียบเทียบโปรแกรม Oligio และหัตถการอื่น ๆ ต่างกันยังไงบ้าง ?
เทคโนโลยีการดูแลผิวทุกวันนี้มีหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งแต่ละเครื่องล้วนมีจุดเด่นต่างกัน เพื่อตอบคำถามว่า Oligio ดีไหม หรือมีนวัตกรรมอื่น ๆ ที่เหมาะสมกว่า สามารถเปรียบเทียบจุดเด่นของเทคโนโลยีแต่ละแบบ ซึ่งจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
Oligio VS Oligio X
Oligio X เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติมจาก Oligio รุ่นก่อน โดยใช้ Monopolar RF (GXG Mode) ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ลึกกว่าชั้นหนังแท้ไปจนถึงชั้นไขมัน ช่วยลดไขมันบริเวณแก้มและลดชั้นไขมันใต้คาง และให้ผิวแลดูแน่นเฟิร์ม โดยคงระยะเวลาผลลัพธ์อยู่ที่ 8-12 เดือน เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับปรับรูปหน้าที่ชัดเจนและยาวนานขึ้น
Oligio VS Thermage
ทั้งสองโปรแกรม Oligio vs Thermage ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ Monopolar RF ในการยกกระชับและลดไขมันสะสม Thermage จะให้ระดับอุณหภูมิที่สูงถึง 60-70 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจทำให้รู้สึกเจ็บมากกว่า ในขณะที่ Oligio ให้ความร้อน 40-60 องศาเซลเซียส พร้อมระบบความเย็นที่ช่วยให้รู้สึกสบายผิวขณะทำมากกว่า
Oligio VS Ultherapy Prime
Oligio ใช้คลื่นวิทยุ Monopolar RF ส่งพลังงานเป็นก้อนกว้าง ครอบคลุมชั้นไขมัน เน้นความกระชับและลดไขมัน ส่วน Ultherapy Prime ใช้เทคโนโลยี Micro-Focused Ultrasound (MFU-V) ส่งพลังงานเป็นจุดลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS) ช่วยยกกระชับโครงสร้างชั้นลึกและยกกระชับปรับรูปหน้าได้เป็นอย่างดี โดยผลลัพธ์มีระยะเวลาประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
Oligio VS Volnewmer
ทั้งคู่ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ Monopolar RF เหมือนกัน แต่ Oligio มีจุดเด่นที่ระบบ Cooling System ซึ่งมีความเสถียร ช่วยบรรเทาความรู้สึกขณะทำได้ดี ส่วน Volnewmer จะมีหัวทิปหลายรูปแบบเพื่อปรับใช้ตามเฉพาะจุด
Oligio VS Ultraformer III
Ultraformer III ใช้เทคโนโลยี MMFU (HIFU) ยิงพลังงานลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS) ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากโครงสร้างชั้นลึก และมีผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-12 เดือน หากต้องการกระตุ้นผิวชั้นบนและลดไขมันร่วมด้วย การทำ Oligio คู่กับ Ultraformer III จะช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ให้ดูมีมิติมากขึ้น
Oligio VS HIFU ทั่วไป
จุดเด่นของ Oligio คือการทำงานด้วยพลังงานคลื่นวิทยุ Monopolar RF เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย และช่วยลดไขมันใต้ผิวชั้นบน ในขณะที่โปรแกรม HIFU ทั่วไป จะใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ยิงพลังงานลึกลงไปถึงชั้นโครงสร้างในใบหน้า (SMAS) เพื่อเน้นการยกกระชับผิวจากชั้นลึก
สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การดูแลรูปหน้าในหลายมิติ แพทย์มักแนะนำให้ทำทั้งสองหัตถการควบคู่กัน โดยใช้โปรแกรม Oligio สำหรับกระตุ้นคอลลาเจนและลดไขมันใต้ผิว ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวนด์กลุ่ม HIFU เช่น Ultraformer III เพื่อยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึก การผสานสองเทคโนโลยีนี้จะช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กรอบหน้าดูมีมิติ และคงผลลัพธ์ความกระชับได้ยาวนานขึ้น
ตารางเปรียบเทียบเครื่องยกกระชับหน้า
เคลียร์ชัดทุกข้อสงสัย ไขคำตอบว่า Oligio ช่วยเรื่องอะไร พร้อมเปรียบเทียบจุดเด่นของเครื่องยกกระชับหน้าแต่ละรุ่นให้เห็นภาพรวมแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้เลือกเทคโนโลยีดูแลผิวได้อย่างเหมาะสม
เครื่อง | เทคโนโลยี | ชั้นผิวเป้าหมาย | การลดไขมัน | ระดับความเจ็บ | ระยะเวลาผลลัพธ์ |
Oligio | Monopolar RF | ชั้นหนังแท้ / ชั้นไขมัน | ช่วยดูแลความแน่นกระชับและกรอบหน้า | น้อย รู้สึกอุ่นผิว | 6-12 เดือน |
Oligio X | Monopolar RF (GXG Mode) | ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมัน | ช่วยดูแลความแน่นฟูและจัดการไขมันส่วนเกิน | น้อย ระบบความเย็น | 8-12 เดือน |
Thermage | Monopolar RF | ชั้นหนังแท้ / ชั้นไขมัน | ช่วยเพิ่มความแน่นกระชับให้ชั้นผิวและกรอบหน้า | ปานกลาง-สูง | 1-2 ปี |
Ultherapy Prime | Micro-Focused Ultrasound (MFU-V) | ชั้นโครงสร้างในใบหน้า (SMAS) | ช่วยลดไขมันบริเวณแก้มและใต้คาง | ปานกลาง-สูง | ประมาณ 1 ปี |
Ultraformer III | MMFU (HIFU) | ชั้นโครงสร้างในใบหน้า (SMAS) | ช่วยลดไขมันบริเวณแก้มและใต้คาง | ปานกลาง | 6-12 เดือน |
Volnewmer | Monopolar RF | ชั้นหนังแท้ / ชั้นไขมัน | ช่วยดูแลความเรียบเนียนและกระชับกรอบหน้า | น้อย รู้สึกอุ่นผิว | 6-12 เดือน |
HIFU ทั่วไป | Ultrasound | ชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (SMAS) | ไม่เน้นลดไขมัน | น้อย-ปานกลาง | 3-6 เดือน |
(หมายเหตุ: ข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้น ระดับความเจ็บและระยะเวลาผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคลและการประเมินโดยแพทย์)

โปรแกรม Oligio เหมาะกับใครบ้าง ?
ผู้ที่กำลังมองหาวิธียกกระชับผิว สามารถเช็กได้ว่า Oligio เหมาะกับใครบ้าง จากลิสต์ด้านล่างนี้
- ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ชั้นผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจน
- ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น และไม่กระชับ
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรูขุมขนกว้าง ต้องการปรับผิวให้ดูละเอียดขึ้นแต่งหน้าติดทน
- ผู้ที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้า แก้ม ใต้คาง และลำคอ
- ผู้ที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนโดยไม่อยากพึ่งพาการฉีดสารกระตุ้นเข้าสู่ผิว
- ผู้ที่มีเวลาจำกัด เพราะใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย และใช้เวลาทำเพียง 20-30 นาที
ใครที่ไม่ควรทำ Oligio ? ข้อห้ามและข้อควรระวัง
แน่นอนว่า Oligio คือเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลปัญหาผิวหน้าหลายจุด แต่มีบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำ ได้แก่
- สตรีมีครรภ์และผู้ที่กำลังให้นมบุตร
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
- ผู้ที่มีแผลเปิด หรือมีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณนั้น
- ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่อยู่ในระยะกำเริบ
หมายเหตุ: หากเคยฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมมาก่อน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งเพื่อประเมินการเว้นระยะห่างที่เหมาะสม
ข้อดีของโปรแกรม Oligio คืออะไร ?
- ช่วยยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย และช่วยลดไขมันสะสมในหัตถการเดียว
- เจ็บน้อยขณะทำ ไม่ต้องใช้ยาชา อาศัยเพียงระบบทำความเย็น
- สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่น ๆ เช่น การดูแลผิวด้วยตัวยา หรือหัตถการกลุ่มสารเติมเต็ม เพื่อส่งเสริมผลลัพธ์
- ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องผ่าตัด และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้
- เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างดูเป็นธรรมชาติ และสามารถทำซ้ำเพื่อคงสภาพผิวที่แข็งแรง
ข้อจำกัดของโปรแกรม Oligio คืออะไร ?
- ต้องอาศัยระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้คอลลาเจนสร้างใหม่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- ผลลัพธ์ไม่ได้คงอยู่ถาวร ต้องมีการทำซ้ำเพื่อรักษาความกระชับ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีโลหะในร่างกาย ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์อย่างเคร่งครัด
โปรแกรม Oligio ราคาเท่าไร ?
สำหรับบริการ Oligio ราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ใช้ บริเวณที่ต้องการแก้ไข และการประเมินจากแพทย์ผู้ทำหัตถการ แนะนำให้เข้ามารับการประเมินผิวเพื่อวางแผนดูแลที่ตอบโจทย์และคุ้มค่ากับคุณ
Oligio กี่ช็อตดี ? เลือกจำนวนช็อตตามปัญหาและบริเวณ
การจะกำหนดว่าควรใช้ Oligio กี่ช็อต ต้องอาศัยการประเมินลักษณะผิวและความคาดหวังร่วมกับแพทย์ โดยปกติจะเริ่มต้นที่ 300 ช็อตเป็นขั้นต่ำ เพื่อให้พลังงานสะสมเพียงพอต่อการกระตุ้นคอลลาเจน
โปรแกรม Oligio ทำบริเวณไหนได้บ้าง ?
เครื่อง Oligio ได้รับการออกแบบมาให้สามารถยกกระชับและปรับผิวให้เรียบเนียนได้ในหลายบริเวณ ไม่ว่าจะเป็น
- ใบหน้า
- ลำคอ
- แก้ม
- หน้าผาก
- รอบปาก
- บริเวณรอบดวงตา
- บริเวณไขมันใต้คาง
ไขข้อสงสัย Oligio กี่ช็อต ? ตารางจำนวนช็อตในจุดต่าง ๆ ของใบหน้า
บริเวณที่ทำ | จำนวนช็อตที่แนะนำ | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
ทั่วผิวหน้า หรือทั่วลำคอ | 300-600 ช็อต | ยกกระชับภาพรวม ผิวดูเรียบเนียน |
แก้ม / กรอบหน้า | 300-600 ช็อต | ยกกระชับแก้ม ลดความหย่อนคล้อย |
กรอบหน้า / ใต้คาง | 300-400 ช็อต | ช่วยลดไขมันใต้คาง ยกกระชับปรับรูปหน้า |
ทำช็อตน้อยกว่าที่แพทย์แนะนำ ได้ผลไหม ?
หากใช้จำนวนช็อตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่แพทย์ประเมิน พลังงานความร้อนที่ส่งลงไปอาจสะสมไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นคอลลาเจนในวงกว้าง ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจนและอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาว
โปรแกรม Oligio ลดไขมันสะสมใต้คางได้ไหม ?
โปรแกรม Oligio สามารถช่วยยกกระชับและลดปัญหาผิวบริเวณใต้คางได้ ด้วยเทคโนโลยีคลื่นวิทยุที่ส่งความร้อนลงไปถึงชั้นไขมัน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและลดไขมันสะสม ทำให้บริเวณใต้คางแลดูกระชับขึ้น
โปรแกรม Oligio อันตรายไหม หลังทำเจ็บหรือระบมหรือไม่ ?
จุดเด่นของหัตถการ Oligio คือ การออกแบบมาให้ดูแลผิวโดยไม่ทำให้เกิดรอยแผล ผู้รับบริการส่วนใหญ่มักรู้สึกเจ็บน้อย รวมถึงอาจมีความรู้สึกอุ่น ๆ หรือตึงผิวบริเวณที่ทำบ้าง ซึ่งเป็นสัญญาณปกติของการตอบสนองจากคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว
หลังทำโปรแกรม Oligio ต้องพักหน้าไหม ?
หลังทำโปรแกรม Oligio ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ อาจมีอาการผิวแดงหรืออุ่นเล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเอง
คำแนะนำก่อนทำโปรแกรม Oligio
- ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและแจ้งความคาดหวังให้ชัดเจน
- ดื่มน้ำพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมผิวให้มีความชุ่มชื้น
- งดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกลุ่มผลัดเซลล์ผิว (AHA/BHA) ที่อาจทำให้ผิวไวต่อความรู้สึกก่อนมาทำหัตถการ
- แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือหัตถการที่เคยทำบริเวณใบหน้าให้แพทย์ทราบ
อาการหลังทำโปรแกรม Oligio มีอะไรบ้าง ดูแลตัวเองอย่างไร ?
หลังทำอาจพบอาการผิวแดง อุ่น หรือบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นภาวะปกติและหายได้เอง การดูแลตัวเองเบื้องต้นมีดังนี้
- หลีกเลี่ยงการนวดหน้า หรือสัมผัสผิวแรง ๆ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- งดการออกแดดจัด หรือการทำกิจกรรมที่เผชิญความร้อนสูง เช่น ซาวน่า
- ทาครีมกันแดดและมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ เพื่อสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูของผิว
วิธีเช็กว่าเป็นเครื่อง Oligio แท้และหัวทิปของแท้
ก่อนเข้ารับบริการ สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้ด้วยเช็กลิสต์ง่าย ๆ ดังนี้
- ขอดูตัวเครื่องและสังเกตชื่อแบรนด์ Oligio ให้ชัดเจนก่อนเริ่มทำ
- ขอดูการแกะกล่องหัวทิป (Tip) ชิ้นใหม่ต่อหน้า เพื่อยืนยันว่าไม่มีการนำหัวเก่ามาใช้ซ้ำ
- สังเกตหน้าจอเครื่องที่จะต้องมีตัวนับจำนวนช็อตแสดงผลอย่างชัดเจน
- ตรวจสอบความถูกต้องของคลินิกจากเลขใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 11 หลัก
โปรแกรม Oligio เลือกทำที่ไหนดี ?
การเลือกคลินิกที่ให้บริการ Oligio ช่วยยกกระชับผิวนั้นมีความสำคัญ ก่อนตัดสินใจเลือกคลินิกสำหรับดูแลผิว ควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้
- เป็นคลินิกที่มีใบอนุญาตสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง
- ให้บริการโดยแพทย์ที่สามารถประเมินโครงสร้างใบหน้าได้อย่างแม่นยำ
- ใช้เครื่องและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบแหล่งที่มาได้
- มีรีวิวจากผู้รับบริการจริง เพื่อดูแนวทางการดูแลและผลลัพธ์
- มีความใส่ใจในการติดตามผลหลังทำหัตถการ
โปรแกรม Oligio ที่ไหนดี ทำไมต้องใช้บริการที่ TALISA Clinic ?
TALISA Clinic ให้บริการโปรแกรม Oligio ยกกระชับ พร้อมจุดเด่นที่ช่วยให้การดูแลตัวเองของคุณเต็มไปด้วยความมั่นใจ
- คลินิกดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเลขใบอนุญาตตรวจสอบได้
- บรรยากาศสะอาด เป็นส่วนตัว เพื่อความผ่อนคลายตลอดการรับบริการ
- ดูแลทุกเคสโดยแพทย์ที่มีความเข้าใจในเรื่องโครงสร้างใบหน้าเป็นอย่างดี ออกแบบการรักษาให้ตอบโจทย์แต่ละบุคคล
- ใช้เครื่องและหัวทิปที่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบได้
- มีการให้คำปรึกษาอย่างละเอียดก่อนเริ่ม และติดตามผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE: @talisaclinic
- Instagram: talisaclinic
- Facebook: TALISA Clinic
- Tel: 062-486-3626
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio ยกกระชับ (FAQs)
Q: ทำ Oligio ยกกระชับ ตอนมีสิวอักเสบหรือช่วงมีประจำเดือนได้ไหม ?
A: หากมีสิวอักเสบเฉพาะจุด แพทย์สามารถเลี่ยงการปล่อยพลังงานบริเวณนั้นได้ ส่วนในช่วงมีประจำเดือนสามารถทำได้ตามปกติ
Q: หลังทำ Oligio ออกกำลังกาย เข้าซาวน่า หรือว่ายน้ำได้เมื่อไร ?
A: หลังจากทำ Oligio ยกกระชับ กิจกรรมในชีวิตประจำวันทั่วไปสามารถทำได้ปกติ แต่แนะนำให้งดการเข้าห้องซาวน่า อบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนักจนเหงื่อออกมากในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการระคายเคืองของผิว
Q: ผู้ชายทำ Oligio ดีไหม ต้องโกนหนวดเคราก่อนหรือเปล่า ?
A: คำถามที่ว่าผู้ชายทำ Oligio ดีไหม ต้องบอกว่าดีและเป็นที่นิยมสำหรับการดูแลกรอบหน้าให้ดูคมชัด แนะนำให้โกนหนวดเคราในบริเวณที่ต้องการทำหัตถการให้เรียบร้อย เพื่อให้หัวทิปสัมผัสแนบสนิทกับผิวและส่งพลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Q: อยากทำ Oligio ก่อนงานสำคัญ ควรทำล่วงหน้ากี่วัน ?
A: เนื่องจากใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย สามารถทำล่วงหน้า 3-7 วันได้ แต่หากต้องการให้คอลลาเจนฟื้นฟูเต็มที่และใบหน้าดูกระชับสำหรับงานสำคัญ แนะนำให้วางแผนทำล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน
Q: Oligio ทำบริเวณลำตัวได้ไหม เช่น หน้าท้อง หรือต้นแขน ?
A: เครื่อง Oligio ได้รับการออกแบบหัวทิปมาเพื่อสรีระของใบหน้าและลำคอเป็นหลัก หากมีความต้องการดูแลสัดส่วนบริเวณลำตัว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเฉพาะส่วนจะตอบโจทย์มากกว่า
References
Beasley, KL., A Weiss, RA. (2014). Radiofrequency in cosmetic dermatology. Dermatol Clin. 32(1): 79-90. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24267424/
Wanitphakdeedecha, R. Yogya, Y. Yan, C. Phumariyapong, P. Nanchaipruek, Y. Thongjaroensirikul, P. Maneeprasopchoke, P. Techapichetvanich, T. Eimpunth, S. Manuskiatti, W. (2022). Efficacy and Safety of Monopolar Radiofrequency for Treatment of Lower Facial Laxity in Asians. Dermatol Ther (Heidelb). 12(11): 2563–2573. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36166188/
WONTECH, (n.d.). Oligio. https://wontech-asia.com/products2/oligilo
ทำความรู้จักผู้เขียน
Talisa Clinic Team
เราเชื่อว่า “ความงามที่แท้จริง คือตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ” ทาลิสาคลินิกจึงออกแบบทุกบริการให้เหมาะสมกับรูปหน้า ลักษณะผิว และความต้องการของแต่ละคนอย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ความงาม ที่ผ่านการอบรมทั้งในและต่างประเทศ









