ข้อเสียการทำโปรแกรม Ulthera มีอะไรบ้าง? เป็นหนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนตัดสินใจทำหัตถการยกกระชับผิว เพราะแม้โปรแกรมนี้จะได้รับความนิยมสูงในกลุ่มคนที่ต้องการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่ควรรู้อีกมากทั้งข้อดีและข้อจำกัดของการโปรแกรม Ulthera
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกมุม ทั้งข้อดี ข้อเสียการทำโปรแกรม Ulthera ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ รวมถึงคำถามยอดฮิต เช่น หลังทำโปรแกรม Ulthera หน้าบวมกี่วัน เห็นผลตอนไหน มีข้อควรระวังหลังทำอย่างไร หรือโปรแกรม Ulthera กับ Ultraformer ต่างกันยังไง เพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
Key Takeaway
- โปรแกรม Ulthera ใช้เทคโนโลยี Micro-focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ช่วยแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด
- หลังทำไม่ต้องพักฟื้น แต่ก็มีข้อเสียการทำโปรแกรม Ulthera เช่น อาจมีอาการเจ็บหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ
- หลังทำจะเห็นผลทันทีประมาณ 20-30% และจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อผ่านไป 2-3 เดือน โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและการทำตามข้อห้ามหลังทำโปรแกรม Ulthera อย่างเคร่งครัด
- โปรแกรม Ulthera เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย ถ้าทำโดยแพทย์ที่มีความเข้าใจโครงสร้างชั้นผิว และใช้เครื่อง Ulthera ที่มีมาตรฐาน ผ่านการรับรองอย่างถูกต้อง
โปรแกรม Ulthera คืออะไร?
โปรแกรม Ulthera คือ นวัตกรรมความงามที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนขนาดเล็ก ๆ เรียงตัวเป็นจุดใต้ผิว โดยจุดเด่นสำคัญคือการส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ศัลยกรรมใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
การทำโปรแกรม Ulthera จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยยกกระชับหน้าหย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึง เรียบเนียน ลดริ้วรอย ร่องแก้ม ร่องน้ำหมากอย่างมีประสิทธิภาพ ผิวแน่นเฟิร์ม รูขุมขนจางลงได้โดยไม่ต้องฉีดหรือผ่าตัด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องยกกระชับหน้าเพียงชนิดเดียวที่มีหน้าจอแสดงผลชั้นผิวหนังแบบเรียลไทม์ (Visualization) ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการยิงพลังงานได้อย่างแม่นยำในทุกช็อต
ข้อดี-ข้อเสียของโปรแกรม Ulthera มีอะไรบ้าง?
ก่อนจะตัดสินใจทำหัตถการ ควรเปรียบเทียบระหว่างข้อดีและข้อเสียการทำโปรแกรม Ulthera เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถเตรียมตัวและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้อง ดังนี้
ข้อดีการทำโปรแกรม Ulthera
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนานเหมือนการทำศัลยกรรม
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน การทำเพียงครั้งเดียวสามารถให้ผลลัพธ์การยกกระชับที่ยาวนานประมาณ 1 ปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก
- ฟื้นฟูผิวจากภายใน ลดความหย่อนคล้อย ช่วยให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- หลังทำเห็นผลได้ประมาณ 20-30% จากนั้นร่างกายจะสร้างคอลลาเจนใหม่ตามกระบวนการ แล้วค่อย ๆ เห็นผลลัพธ์เต็มที่ใน 2-3 เดือน
- มีหน้าจอแสดงผล ช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากการยิงผิดชั้นผิว แพทย์สามารถส่งพลังงานไปยังผิวชั้น SMAS อย่างแม่นยำ
- สามารถทำได้หลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการลดริ้วรอยทั่วหน้า ยกแก้ม กระชับเหนียง เก็บกรอบหน้า ไปจนถึงลดความเหี่ยวย่นบริเวณลำคอ
- มีความปลอดภัย ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. FDA) รวมถึง อย.ไทย
ข้อเสียการทำโปรแกรม Ulthera
- รู้สึกเจ็บระหว่างรักษา เป็นข้อเสียการทำโปรแกรม Ulthera ที่หลายคนกังวล เกิดจากการส่งความร้อนลงลึกถึงชั้น SMAS ส่งผลให้ผู้รับบริการรู้สึกปวดหน่วง ๆ หรือจี๊ด ๆ ระหว่างทำ แต่สามารถใช้ยาชาช่วยบรรเทาได้
- ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเครื่องยกกระชับประเภทอื่น โดยเฉพาะโปรแกรม Ulthera Prime ที่เป็นรุ่นล่าสุด แต่ถึงแม้โปรแกรม Ulthera ราคาต่อครั้งอาจจะสูงกว่า แต่ก็แลกมาด้วยผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าเช่นกัน
- อาการบวมและรอยแดง ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้เป็นปกติ แต่จะหายไปเองในไม่กี่วัน
โปรแกรม Ulthera ดีไหม คุ้มค่าที่จะลงทุนหรือไม่?
หากถามว่าการทำโปรแกรม Ulthera ดีไหม คำตอบคือคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อยและอยากทำหัตถการที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้าหรือใช้เข็ม ซึ่งความคุ้มค่าของโปรแกรม Ulthera เกิดจากปัจจัยดังนี้
- ยกกระชับถึงชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System)ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า จึงช่วยกระชับผิวได้อย่างตรงจุด
- ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ผิวจะแข็งแรงขึ้นจากภายในสู่ภายนอก สัมผัสได้ถึงความแน่นของผิวที่มากขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก
- เห็นผลลัพธ์ชัดเจน โดยหลังทำทันทีจะเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 20-30% และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 3 เดือน
- ประหยัดเวลา ไม่ต้องทำซ้ำบ่อย ๆ การทำปีละ 1 ครั้งก็เพียงพอที่จะคงสภาพความกระชับของผิวเอาไว้ได้
- หัวยิงที่หลากหลาย แพทย์สามารถเลือกใช้หัวยิงที่มีความลึกต่างกัน (1.5 mm, 3.0 mm, 4.5 mm) เพื่อแก้ปัญหาในแต่ละชั้นผิวได้อย่างครอบคลุม
- หน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวเป้าหมายชัดเจนและยิงพลังงานได้แม่นยำ
- ยกกระชับดีกว่า HIFU ทั่วไป ในแง่ของความลึกและความเสถียรของพลังงาน
- ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
โปรแกรม Ulthera ช่วยแก้ปัญหาเรื่องอะไรบ้าง?
โปรแกรม Ulthera ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการยกกระชับหน้าหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมปัญหาผิวในหลายส่วน ดังนี้
- ปัญหาความหย่อนคล้อย : ช่วยยกกระชับเหนียงใต้คาง ลำคอ หรือแก้มที่หย่อนคล้อย รวมถึงแก้ปัญหาร่องแก้มลึกให้ดูจางลง
- ปรับรูปหน้า : ช่วยให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น แก้ปัญหาเหนียงหรือคางสองชั้น ช่วยให้หน้าเรียวได้รูป แลดู V-Shape
- ริ้วรอยรอบดวงตา : ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา ช่วยยกคิ้ว ยกหางตา ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างและสดใสขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดถุงใต้ตาหย่อนคล้อยได้ดี
- กระตุ้นคอลลาเจน : นอกจากยกกระชับหน้า โปรแกรม Ulthera ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ทำให้ผิวดูแน่นฟู ลดริ้วรอยทั่วใบหน้า รูขุมขนเล็กลง ผิวเนียนละเอียดขึ้น
ทำโปรแกรม Ulthera อันตรายไหม?
โปรแกรม Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับหน้าที่มีความปลอดภัย และได้รับการยอมรับจากหลายประเทศทั่วโลก แต่ทั้งนี้ต้องมั่นใจว่าทำด้วยเครื่องที่ได้มาตรฐาน และดูแลโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านโครงสร้างใบหน้าเท่านั้น
สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำโปรแกรม Ulthera มักเป็นอาการชั่วคราว เช่น
- อาการบวม พบได้บ่อยในวันแรก ๆ โดยเฉพาะช่วง 1-3 วัน แต่มักไม่อันตรายและหายได้เอง
- รอยแดง มักหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังทำ
- ความรู้สึกระบมใต้ผิว อาจรู้สึกเสียวแปลบหรือระบมเมื่อกดบริเวณที่ทำในช่วง 1-2 สัปดาห์
ส่วนผลข้างเคียงรุนแรง เช่น ผิวไหม้เบิร์น หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว คิ้วตก หรือหน้าผิดรูปไม่สมดุล มักเกิดจากการใช้เครื่องปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ปล่อยพลังงานไม่เสถียร รวมถึงการทำกับบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ก็อาจทำให้ยิงผิดตำแหน่งจนเกิดผลข้างเคียงรุนแรงตามมานั่นเอง
เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียเครื่อง Ulthera แต่ละรุ่น
ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาต่อยอดโปรแกรม Ultherapy เพื่อให้มีประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น เรามาดูกันว่า โปรแกรม Ultherapy Prime VS Ulthera SPT มีความแตกต่างกันอย่างไร
โปรแกรม Ulthera SPT | โปรแกรม Ulthera Prime |
ใช้เทคโนโลยี MFU-V มีหน้าจอแสดงชั้นผิวแบบ Real-time ช่วยให้แพทย์ส่งพลังงานลงชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ | มีการอัปเกรดหน้าจอใหม่ มีขนาดใหญ่ขึ้น ประมวลผลเร็วขึ้น และคมชัดกว่าเดิม |
มีระบบ SPT (See-Plan-Treat) ซึ่งเป็นการรักษาแบบ Customize ช่วยให้ออกแบบการยิงเฉพาะบุคคล ลดความเจ็บลง | พลังงานเสถียรขึ้นและจัดการความร้อนได้ดีกว่าเดิม ช่วยลดความเจ็บหรือไม่สบายผิวได้มากยิ่งขึ้น |
โปรแกรม Ulthera SPT ใช้เวลาทำประมาณ 45-60 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและตำแหน่งที่ทำ | โปรแกรม Ulthera Prime ยิงพลังงานได้เร็วต่อเนื่องกว่าเดิม ลดระยะเวลาจากรุ่นเดิมลง 10% |
เห็นผลเรื่องความยกกระชับของผิวได้อย่างดี | ประสิทธิภาพการยกกระชับใกล้เคียงกัน แต่แม่นยำยิ่งขึ้น และเจ็บน้อยลง |
อยากรู้ว่าโปรแกรม Ulthera SPT คืออะไร? อ่านเพิ่มเติมที่ : Ulthera SPT คือ
ทำโปรแกรม Ulthera ยกกระชับผิวให้แน่นตึง ต้องที่ TALISA Clinic
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาว่าจะทำโปรแกรม Ulthera ที่ไหนดี TALISA Clinic เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวอย่างมั่นใจ โดยมีจุดเด่นดังนี้
- ทำหัตถการโดยแพทย์ที่ผ่านการเทรนนิ่งมาเป็นอย่างดี มีการประเมินสภาพผิวแบบเคสต่อเคส สามารถแนะนำได้ว่าควรทำโปรแกรม Ulthera ทั่วหน้ากี่ช็อตได้อย่างแม่นยำ แก้ปัญหาอย่างตรงจุด เห็นผลชัดเจน
- ใช้เครื่องที่นำเข้าโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ (Merz Aesthetics) ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทุกเครื่อง มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพ
- โปรแกรมทำอัลเทอร่าราคาเข้าถึงได้ มีความสมเหตุสมผลกับบริการที่จะได้รับ พร้อมโปรโมชันที่หลากหลาย ตอบโจทย์ด้านงบประมาณ
- มีระบบติดตามผลหลังทำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้จะได้รับความพึงพอใจในผลลัพธ์
- คลินิกเปิดทำการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักชัดเจน ตรวจสอบได้ก่อนเข้ารับบริการ
รีวิวโปรแกรม Ulthera TALISA Clinic
ข้อเสียการทำ Ulthera อาจเล็กน้อย เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้
แม้ว่าจะมีข้อเสียการทำโปรแกรม Ulthera อยู่บ้าง เช่น เรื่องความเจ็บระหว่างทำ ราคาที่สูงกว่าหัตถการอื่น หรืออาการบวมชั่วคราว แต่หากพิจารณาผลลัพธ์ในการแก้ไขปัญหาหน้าหย่อนคล้อยให้กลับมาแน่นเฟิร์ม กระชับ ดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์ ทั้งยังคงอยู่ได้นานถึง 1 ปีโดยไม่ต้องผ่าตัด ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและคุ้มเวลาเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับคนที่มีปัญหาริ้วรอย ความหย่อนคล้อยของผิว อยากแก้ปัญหาอย่างตรงจุดโดยไม่ต้องพึ่งเข็มหรือผ่าตัด ที่ TALISA Clinic พร้อมให้บริการโปรแกรมยกกระชับหน้าด้วยเครื่องมือที่มีมาตรฐาน ผู้เข้ารับบริการสามารถตรวจเช็กเครื่องก่อนใช้งานได้ทุกครั้ง มีแพทย์ช่วยประเมินรูปหน้าและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE @talisaclinic
- Instagram : talisaclinic
- Facebook : Talisa clinic
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โปรแกรม Ulthera กับโปรแกรม Ultraformer ต่างกันยังไง?
โปรแกรม Ulthera กับ Ultraformer ใช้คลื่นเสียงเหมือนกัน แต่โปรแกรม Ulthera มีจุดเด่นที่มีหน้าจอแสดงชั้นผิว Real-time ทำให้ยิงพลังงานได้แม่นยำกว่า ส่งผลให้ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขณะที่โปรแกรม Ultraformer มักอยู่ได้ประมาณ 6-10 เดือน
หลังทำโปรแกรม Ulthera หน้าบวมกี่วัน?
โดยปกติจะมีอาการบวมเล็กน้อยในช่วง 1-3 วันแรก ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้เป็นปกติ และจะยุบไปเองโดยไม่ต้องพักฟื้นใน 3-7 วัน
หลังทำโปรแกรม Ulthera กี่วันเห็นผล?
หลังทำโปรแกรม Ulthera จะเห็นผลบางส่วนทันทีประมาณ 20-30% จากนั้นร่างกายจะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และเห็นผลชัดขึ้นในช่วง 2-3 เดือน
ข้อควรระวังหลังทำโปรแกรม Ulthera มีอะไรบ้าง?
ข้อห้ามหลังทำโปรแกรม Ulthera หลัก ๆ คือควรหลีกเลี่ยงความร้อน เช่น การเข้าซาวน่า การอบไอน้ำุ การตากแดดจัด หรือการทำเลเซอร์ร้อนชนิดอื่นในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก นอกจากนี้ควรดื่มน้ำมาก ๆ และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนใหม่
References
Pros & Cons of Ultherapy. (2021, May 28). Mirror Mirror Beauty Boutique. https://www.mirrormirrorhouston.com/blog/pros-cons-of-ultherapy/
Is Ultherapy Worth It. (2025, November 25). Aquavita Wellness Medspa. https://www.aquavitamedspa.com/is-ultherapy-worth-it/
Ultherapy Reviews: Real Results, Pros & Cons, and What Patients Say. (n.d.). M Medi Spa. https://mmedispa.ca/ultherapy-reviews-real-results-pros-cons-and-what-patients-say/








