การดูแลผิวหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์ในยุคนี้มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ออกมามากมาย ซึ่งโปรแกรม XERF เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในการช่วยฟื้นฟูผิวและยกกระชับใบหน้า แต่หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยว่า XERF คืออะไร ดีไหม แตกต่างจากเครื่องยกกระชับในกลุ่มเดิมอย่างไร บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับเครื่อง XERF เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกดูแลผิวให้เหมาะสมกับตัวเอง
Key Takeaways
- โปรแกรม XERF คือเทคโนโลยี Monopolar RF รุ่นใหม่ที่ผสาน 2 คลื่นความถี่ (Dual-Frequency) ช่วยลดไขมันส่วนเกินและมีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวได้อย่างล้ำลึก
- XERF ช่วยอะไร หลัก ๆ คือช่วยแก้ปัญหาหน้าไม่กระชับ ร่องแก้มลึก ผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง รวมไปถึงการเก็บแก้ม ลดไขมันใต้คาง และยกกระชับปรับรูปหน้าให้แลดูมีมิติ
- หลังทำจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรกประมาณ 20-30% และจะเห็นผลลัพธ์การทำงานของคอลลาเจนเต็มที่ในช่วง 2-3 เดือน
โปรแกรม XERF คืออะไร ?
XERF (เซิร์ฟ) คือ นวัตกรรมเครื่องยกกระชับ XERF รุ่นใหม่ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ส่งผ่านลงสู่ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึก โดยจุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยี Dual-Frequency RF ซึ่งปล่อยคลื่น 2MHz และ 6.78 MHz ออกมาในช็อตเดียว แตกต่างจากเครื่อง Monopolar RF อื่นในท้องตลาด ทำให้สามารถส่งผ่านพลังงานความร้อนลงผิวได้ครอบคลุมถึง 3 ระดับชั้น เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดเรียงโครงสร้างผิวใหม่จากภายใน
นอกจากเรื่องที่โปรแกรม XERF ช่วยยกกระชับผิว ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิวดูละเอียดขึ้นแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังมีความสามารถในการลดไขมันส่วนเกิน ลดแก้ม ลดคางสองชั้น ช่วยปรับกรอบหน้าให้แลดูกระชับและทำให้ผิวดูเฟิร์มแน่นขึ้นได้ในเครื่องเดียว
XERF เป็น Laser หรือคลื่น RF ?
ชวนมาทำความเข้าใจให้ถูกก่อนตัดสินใจ ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่า XERF ทำงานด้วย Laser แต่ในความเป็นจริงแล้ว เครื่องนี้ไม่ใช่เลเซอร์ แต่ทำงานด้วยพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency หรือ RF) ซึ่งคลื่น RF จะเน้นการส่งผ่านความร้อนลงไปใต้ผิวหนังเพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและลดไขมัน โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก
การทำงานของ XERF ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้อย่างไร ?
หลักการทำงานของเครื่อง XERF อาศัยการส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่คู่ (Dual-Frequency Monopolar RF) ซึ่งการมีคลื่น 2 MHz เพิ่มเข้ามา ทำให้พลังงานลงลึกได้มากกว่าเครื่องที่มีเพียงคลื่น 6.78 MHz
เมื่อพลังงานเปลี่ยนเป็นความร้อนในชั้นไขมันชั้นลึกและชั้น SMAS เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนคล้อยจะเกิดการหดตัว ซึ่งทำให้ผู้รับบริการมักรู้สึกว่าผิวหน้าดูกระชับขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกหลังทำ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ที่เป็นต้นกำเนิดของคอลลาเจนและอีลาสติน การดูแลผิวด้วยวิธีนี้อย่างสม่ำเสมอจึงช่วยให้โครงสร้างผิวดูหนาแน่นและแข็งแรงขึ้นโดยไม่ก่อให้เกิดบาดแผล
จุดเด่นโปรแกรม XERF ที่ต้องรู้ก่อนทำ ?
เทคโนโลยีนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเพราะข้อดีของ XERF ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวหลายด้าน ได้แก่
- Dual-Frequency RF (6.78 MHz + 2 MHz) : คลื่น 6.78 MHz มีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจนชั้นบนและกลาง ส่วนคลื่น 2 MHz ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมันเพื่อช่วยลดไขมันส่วนเกิน ยกกระชับปรับรูปหน้าให้เล็กลง
- Integrated Cryogen Delivery : มีระบบทำความเย็นอัจฉริยะช่วยปกป้องผิวชั้นบน ทำให้สามารถใช้พลังงานที่เหมาะสมได้อย่างต่อเนื่องโดยลดความรู้สึกเจ็บ เพิ่มความสบายผิวขณะทำ
- Spider Web Pattern Tip : หัวยิงลายใยแมงมุมช่วยกระจายความร้อนให้ครอบคลุมและสม่ำเสมอ ลดการสะสมความร้อนเฉพาะจุด ทำให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- Wave Fit Pulse Technology : ส่งพลังงานด้วยความเสถียรสูง ควบคุมระดับความลึกและอุณหภูมิได้ดี เพื่อผลลัพธ์ในทุกบริเวณที่ทำ
เครื่อง XERF มาจากไหน และดูอย่างไรว่าเป็นเครื่องแท้ ?
เครื่องยกกระชับ XERF พัฒนาและผลิตโดยบริษัท Cynosure Lutronics (สหรัฐอเมริกา) ร่วมกับทีมวิจัยเกาหลีใต้ และยังได้มาตรฐาน USFDA การตรวจสอบเครื่องแท้สามารถสังเกตได้จากโลโก้แบรนด์ XERF บนตัวเครื่อง หน้าจอแสดงผลที่บอกจำนวนช็อตและอุณหภูมิอย่างชัดเจน และหัวทิป (Tip) ที่ต้องแกะกล่องใหม่ก่อนใช้งานทุกครั้งเพื่อมาตรฐานการดูแลผิว
XERF ช่วยอะไรบ้าง ?
สำหรับเครื่อง XERF จะครอบคลุมการดูแลปัญหารูปหน้าและสุขภาพผิว โดยหลัก ๆ ประกอบด้วย
- ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย : ยกกระชับผิวที่คล้อยตามกาลเวลาให้กลับมาแลดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์
- ริ้วรอยร่องลึก : ดูแลร่องแก้ม ร่องน้ำตา และริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
- ไขมันสะสมเฉพาะจุด : ลดไขมันบริเวณแก้มหรือใต้คาง ช่วยให้กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้น
- ผิวไม่กระชับและรูขุมขนกว้าง: ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อผิวที่เรียบเนียนและรูขุมขนดูเล็กลง
- สุขภาพผิวโดยรวม : ปรับสภาพผิวให้ดูเปล่งปลั่ง สดใส ลดความหมองคล้ำจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว
XERF เหมาะกับใคร ?
หลังจากรู้ว่าเครื่อง XERF คืออะไรกันไปแล้ว ลองมาเช็กดูว่า XERF เหมาะกับใครบ้าง เพื่อให้การดูแลผิวตอบโจทย์ยิ่งขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย และต้องการวิธียกกระชับที่เห็นผลโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผู้ที่ต้องการลดร่องแก้ม หรือริ้วรอยเล็ก ๆ อยากให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่ต้องการลดแก้ม หน้าบาน มีไขมันใต้คาง อยากเก็บกรอบหน้าให้ดูคมชัด
- ผู้ที่เคยผ่านการทำ Ulthera หรือ Oligio X มาแล้ว และต้องการหาโปรแกรมเสริมเพื่อให้ใบหน้าแลดูกระชับ พร้อมช่วยลดไขมันบริเวณแก้มและใต้คาง
- ผู้ที่มีความกังวลเรื่องความเจ็บ เพราะเครื่องนี้ออกแบบมาให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้น
- ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น ใช้เวลาทำไม่นานและสามารถใช้ชีวิตต่อได้ตามปกติ
ใครที่ไม่ควรทำโปรแกรม XERF
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
- ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบ มีแผลเปิด หรือติดเชื้อบริเวณที่ต้องการทำ
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังเรื้อรังบางชนิด
หมายเหตุ: ควรแจ้งประวัติสุขภาพและให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนทำทุกครั้ง
โปรแกรม XERF ต่างจากเครื่องยกกระชับผิวอื่น ๆ อย่างไร ?
สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยว่า XERF คืออะไร ต่างจากเครื่อง Monopolar RF อื่นอย่างไรบ้าง สามารถดูสรุปการเปรียบเทียบคุณสมบัติเครื่องยกกระชับหน้าแต่ละชนิดได้จากตารางด้านล่างนี้ เพื่อช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้น
คุณสมบัติ | XERF | Ulthera (MFU-V) | Ultraformer III (MMFU) | Oligio (Monopolar RF) | Thermage (Monopolar RF) |
เทคโนโลยีคลื่น | Dual-Frequency Monopolar RF (6.78 MHz + 2 MHz) | Micro-Focused Ultrasound (MFU-V) | Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) | Monopolar RF (6.78 MHz) | Monopolar RF (6.78 MHz) |
ระดับชั้นผิวเป้าหมาย | ส่งพลังงานครอบคลุมชั้นผิว คอลลาเจน และชั้นไขมันได้ถึงระดับลึก และผ่านการรับรองมาตรฐาน USFDA สหรัฐอเมริกา | ลงลึกถึงชั้นโครงสร้างผิวส่วนลึก (SMAS) และได้มาตรฐาน Gold Standard และผ่านการรับรองมาตรฐาน USFDA สหรัฐอเมริกา | ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวและชั้น SMAS | เน้นส่งพลังงานบริเวณชั้นผิวและคอลลาเจน | ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นผิวและชั้นไขมัน |
จุดเด่นด้านการดูแลผิว | ช่วยดูแลปัญหากรอบหน้า และส่งพลังงานความร้อนลงลึก 2 ระดับความถี่ | ช่วยพยุงและยกกระชับโครงสร้างผิวบริเวณชั้น SMAS | ช่วยดูแลความหย่อนคล้อยและปรับรูปหน้า | ช่วยดูแลผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้น | ช่วยดูแลความแน่นกระชับของผิวและชั้นไขมัน |
ความเหมาะสม | เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลกรอบหน้า พร้อมจัดการไขมันส่วนเกิน | เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในชั้นโครงสร้างผิวลึก | เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นดูแลผิวและต้องการปรับรูปหน้า | เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้น | เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความแน่นกระชับให้ชั้นผิว |
ขั้นตอนการทำโปรแกรม XERF และการเตรียมตัวก่อนทำ
การรู้จักขั้นตอนของเครื่องยกกระชับ XERF และวิธีดูแลผิวที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจทำ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ พร้อมคืนผิวที่แลดูสุขภาพดีให้แก่คุณ
เตรียมตัวก่อนทำ XERF ยกกระชับผิว
ก่อนเข้ารับบริการควรงดการสครับผิว หรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว (AHA/BHA) งดการออกแดดจัด และหากเคยฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ ร้อยไหม หรือทำหัตถการอื่น ๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ
ขั้นตอนระหว่างทำและระยะเวลาในการทำ
เริ่มจากการให้แพทย์ประเมินปัญหาผิว ทำความสะอาดใบหน้า และทำการมาร์กจุดที่ต้องการดูแล จากนั้นทาเจลเย็นและเริ่มยิงพลังงานลงสู่ผิว โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและบริเวณที่ทำ
โปรแกรม Oligio
โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยี Monopolar RF เช่นเดียวกับโปรแกรม XERF แต่โปรแกรม XERF vs Oligio ต่างกันตรงที่โปรแกรม Oligio ใช้คลื่น RF ความถี่เดียว คือ 6.78 MHz จะลงพลังงานได้ลึกน้อยกว่าเครื่อง XERF เหมาะกับคนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้น ส่วนโปรแกรม XERF จะเหมาะกับเคสที่ต้องการการสลายไขมันควบคู่ไปกับการยกกระชับผิว ซึ่งต้องการความละเอียดแม่นยำสูงกว่า
ดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ XERF ยกกระชับ ?
เพื่อให้การฟื้นฟูผิวมีประสิทธิภาพ ควรดูแลตัวเองหลังเข้ารับโปรแกรมดังนี้
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ : วันละ 2-3 ลิตร ช่วยให้เซลล์ผิวชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด : งดเข้าซาวน่า หรือตากแดดแรง ๆ 1-2 วันแรก
- งดผลัดเซลล์ผิว : งดสครับผิวหรือใช้ AHA/BHA อย่างน้อย 3-5 วัน
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ : ปกป้องผิวและคอลลาเจนที่กำลังสร้างใหม่
- งดหัตถการความร้อนอื่น ๆ : เว้นระยะเครื่องมือกลุ่มความร้อนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- บำรุงผิวตามปกติ : สามารถใช้สกินแคร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรม XERF ได้
ทำ XERF ที่ไหนดี ?
หากผู้ที่มีปัญหาผิวกำลังมองหาว่าจะเลือกทำ XERF ที่ไหนดี ควรพิจารณาจากเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้
- ดำเนินการโดยแพทย์ที่มีการประเมินรูปหน้าให้ก่อนทำทุกครั้ง
- คลินิกใช้เครื่องแท้และหัวยิงที่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
- มีการแจ้งรายละเอียดราคา XERF และจำนวนช็อตที่ใช้ชี้แจงอย่างชัดเจนก่อนเริ่ม
- มีภาพรีวิวเปรียบเทียบผลลัพธ์ของผู้ใช้บริการจริง
- มีบริการติดตามผลหลังการรับบริการอย่างใกล้ชิด
ราคา XERF เท่าไร ?
อัปเดตแพ็กเกจดูแลผิวสุดคุ้ม โดยการประเมินโปรแกรม XERF ในด้านราคาจะขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่แพทย์ประเมินให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งแพ็กเกจเครื่อง XERF ที่ TALISA Clinic มีรายละเอียดดังนี้
- โปรแกรม XERF 300 shots ราคา 25,000 บาท
- โปรแกรม XERF 400 shots ราคา 33,000 บาท
- โปรแกรม XERF 600 shots ราคา 49,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจจับคู่กับโปรแกรม Ultraformer III เพื่อการดูแลกรอบหน้า V-Shape ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น:
- โปรแกรม XERF 300 shots + Ultraformer 400 shots ราคา 29,990 บาท
- โปรแกรม XERF 600 shots + Ultraformer 400 shots ราคา 52,990 บาท
หมายเหตุ : ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
เครื่อง XERF เปลี่ยนความหย่อนคล้อย ให้ผิวแน่นเฟิร์ม ดูอ่อนกว่าวัย
โปรแกรม XERF ถือเป็นเครื่องยกกระชับ Monopolar RF รุ่นใหม่ที่ผสาน Dual-Frequency RF ช่วยส่งพลังงานลงลึกถึง 3 ชั้นผิว จัดการความหย่อนคล้อย เพิ่มความแน่นฟู และลดไขมันสะสม พร้อมระบบทำความเย็นที่ให้ความรู้สึกสบายผิว
TALISA Clinic ให้บริการเครื่อง XERF ยกกระชับผิว พร้อมจุดเด่นที่ช่วยให้การดูแลตัวเองของคุณเต็มไปด้วยความมั่นใจ คลินิกดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเลขใบอนุญาตตรวจสอบได้ บรรยากาศสะอาด เป็นส่วนตัว เพื่อความผ่อนคลายตลอดการรับบริการ ดูแลทุกเคสโดยแพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้า ออกแบบการรักษาให้ตอบโจทย์แต่ละบุคคล ใช้เครื่องและหัวทิปที่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบได้ มีการให้คำปรึกษาอย่างละเอียดก่อนเริ่ม และติดตามผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE: @talisaclinic
- Instagram: talisaclinic
- Facebook: TALISA Clinic
- Tel: 062-486-3626
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องยกกระชับ XERF (FAQs)
Q: XERF ทำกี่ครั้งเห็นผล ?
A: สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวที่ดูกระชับขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยในช่วงแรกจะเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 20-30% และผลลัพธ์จากการทำงานของคอลลาเจนจะชัดเจนเต็มที่เมื่อผ่านไป 2-3 เดือน
Q: XERF อยู่ได้นานแค่ไหน ?
A: สำหรับข้อสงสัยว่า XERF อยู่ได้นานไหม ผลลัพธ์ของการฟื้นฟูผิวและคอลลาเจนสามารถคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละบุคคล
Q: XERF มีผลข้างเคียงไหม ?
A: XERF เป็นเทคโนโลยี Non-invasive ที่ส่งพลังงานความร้อนลงใต้ผิวโดยไม่ก่อให้เกิดบาดแผล ตัวเครื่องมีระบบทำความเย็นและตรวจสอบอุณหภูมิผิวเพื่อความสบายขณะทำ หากดูแลโดยแพทย์ที่เข้าใจโครงสร้างผิวจะช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงและรอยแดงไหม้ได้เป็นอย่างดี
Q: ผู้ชายทำโปรแกรม XERF ได้ไหม ?
A: ผู้ชายสามารถทำได้เช่นเดียวกัน แพทย์จะประเมินและปรับการยิงพลังงานให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าและความหนาของชั้นผิวผู้ชาย ซึ่งมักจะเน้นที่การเก็บกรอบหน้าและลดไขมันบริเวณใต้คาง เพื่อให้รูปหน้าดูคมชัดขึ้น
Q: อายุเท่าไรถึงเริ่มทำ XERF ยกกระชับผิวได้ ?
A: โดยทั่วไปสามารถเริ่มต้นดูแลผิวได้ตั้งแต่อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นวัยที่อัตราการสร้างคอลลาเจนเริ่มลดลง อย่างไรก็ตามสภาพผิวและปัญหาริ้วรอยของแต่ละคนสำคัญกว่าตัวเลขอายุ จึงแนะนำให้แพทย์ประเมินสภาพผิวจริงก่อน
Q: ทำ XERF บริเวณอื่นนอกจากใบหน้าดีไหม ?
A: ดี เพราะนอกจากใบหน้าแล้วยังสามารถใช้เครื่องนี้บริเวณลำคอและใต้คางได้ เพื่อช่วยกระชับผิวที่หย่อนคล้อยและลดไขมันสะสมเฉพาะจุด โดยจำนวนช็อตจะปรับตามความเหมาะสมของบริเวณที่ทำ
Q: มีฟิลเลอร์หรือร้อยไหมอยู่ในหน้า ทำโปรแกรม XERF ได้ไหม ?
A: จำเป็นต้องแจ้งประวัติการทำหัตถการให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง แต่สามารถทำโปรแกรม XERF ได้ตามปกติ โดยพลังงานความร้อนจะไม่ส่งผลต่อโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มที่เคยทำมา
References
XERF – Structural Skin Tightening. (n.d.). Cynosure Lutronic. https://www.cynosure.com/xerf/
XERF Effector. (n.d.). Xerf kr. https://xerf.kr/en/
LaMond, D. (2026, February 3). Introducing XERF RF Therapy: Advanced Collagen Remodeling for Skin Tightening Without Surgery. DermaBlue. https://dermablue.com/introducing-xerf-rf-therapy-advanced-collagen-remodeling-for-skin-tightening-without-surgery/
ทำความรู้จักผู้เขียน
Talisa Clinic Team
เราเชื่อว่า “ความงามที่แท้จริง คือตัวตนที่ดีที่สุดของคุณ” ทาลิสาคลินิกจึงออกแบบทุกบริการให้เหมาะสมกับรูปหน้า ลักษณะผิว และความต้องการของแต่ละคนอย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ความงาม ที่ผ่านการอบรมทั้งในและต่างประเทศ









