โปรแกรม Ulthera vs Thermage เป็นสองเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยยกกระชับใบหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น และเห็นผลในระยะยาว จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนเลือกใช้เป็นตัวช่วยในการปรับรูปหน้าและฟื้นฟูผิว
แม้การทำงานของทั้งสองเครื่องจะมุ่งเน้นผลลัพธ์ด้านความกระชับเช่นเดียวกัน แต่ก็มีความแตกต่างในด้านพลังงาน จุดเด่น และความเหมาะสมของสภาพผิวแต่ละประเภท ส่งผลให้หลายคนยังเกิดความสับสนว่าควรเลือกทำแบบไหนจึงจะตอบโจทย์มากที่สุด
บทความนี้จึงสรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโปรแกรม Ulthera vs Thermage ต่างกันยังไง เพื่อให้เข้าใจข้อดี ความแตกต่าง และแนวทางการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคนอย่างชัดเจน
Key Takeaway
- โปรแกรม Ulthera vs Thermage ต่างกันที่ Ulthera ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ลงลึกถึงชั้น SMAS ส่วน Thermage ใช้คลื่น RF กระตุ้นคอลลาเจน และลดไขมันบางส่วนในชั้นผิวตื้นกว่า
- โปรแกรม Ulthera เหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยชัดเจน ต้องการปรับกรอบหน้า และยกกระชับชั้นลึก ขณะที่โปรแกรม Thermage เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว และแก้ไขปัญหาไขมันสะสม
- สามารถทำโปรแกรม Thermage กับ Ulthera ร่วมกันได้ เพิ่มประสิทธิภาพการยกกระชับและปรับคุณภาพผิวให้ดียิ่งขึ้น
ทำความเข้าใจชั้นผิวและตำแหน่งการออกฤทธิ์ของเครื่องยกกระชับ
ก่อนเปรียบเทียบว่าโปรแกรม Ulthera กับ Thermage ต่างกันอย่างไร การเข้าใจโครงสร้างผิวหนังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแต่ละเทคโนโลยีถูกออกแบบมาให้ทำงานในระดับความลึกที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์ด้านความกระชับของใบหน้าโดยตรง
ผิวหนังของมนุษย์โดยหลัก ๆ ประกอบด้วย 3 ชั้น ได้แก่
- ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นผิวด้านบนสุด มีหน้าที่ปกป้องผิวจากมลภาวะ แบคทีเรีย และป้องกันการสูญเสียน้ำ ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้น
- ชั้นหนังแท้ (Dermis) เป็นชั้นผิวใต้ชั้นหนังกำพร้า ประกอบไปด้วยเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์ แต่เมื่อคอลลาเจนชั้นหนังแท้เสื่อมสภาพ ผิวจะเริ่มหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย
- ชั้นไขมัน (Subcutis) เป็นชั้นลึกที่สุดของโครงสร้างผิว มีเซลล์ไขมันและหลอดเลือดจำนวนมาก ทำหน้าที่กักเก็บพลังงานและเป็นเบาะกันกระแทกให้กับอวัยวะต่าง ๆ
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวได้รับความเสียหายจากแสงแดดและมลภาวะ หรือมีปัจจัยเรื่องของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้คุณภาพผิวทั้งสามชั้นเสื่อมลง ปริมาณคอลลาเจนลดลง ทำให้ผิวดูหย่อนคล้อย ขาดความกระชับและความเรียบเนียน
เทคโนโลยียกกระชับหน้าอย่างโปรแกรม Ulthera และ Thermage ได้รับการพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ พลังงานความร้อนสามารถส่งผ่านลงสู่ชั้นผิวในระดับที่แพทย์เลือก เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่นขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง และช่วยลดไขมันส่วนเกินในบางบริเวณได้
โปรแกรม Ulthera กับ Thermage ต่างกันยังไง?
แม้ทั้งสองเทคโนโลยีอย่างโปรแกรม Ulthera และ Thermage จะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือยกกระชับและฟื้นฟูความหย่อนคล้อยของผิว แต่หลักการทำงาน ความลึกของพลังงาน และผลลัพธ์ที่ได้ระหว่าง Ulthera vs Thermage มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
โปรแกรม Ulthera คืออะไร?
โปรแกรม Ulthera คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส (Microfocused Ultrasound : MFU-V (Micro-focused Ultrasound with Visualization) สามารถลงลึกได้ถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาและฟื้นฟูผิวหลายประการ เช่น
- ยกกระชับผิว ลดหน้าหย่อนคล้อย
- ปรับกรอบหน้าชัด
- ลดริ้วรอยใต้ตา แก้ม ใต้คาง และลำคอ
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง
โดยการทำงานของโปรแกรม Ulthera คือการยิงพลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสลงสู่ชั้นผิวที่กำหนด เช่นชั้นหนังแท้ และ SMAS ทำให้เกิดจุดความร้อนเล็ก ๆ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 mm อุณหภูมิประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนในทันที และร่างกายจะสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 เดือน ทำให้ผิวกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
Thermage คืออะไร?
โปรแกรม Thermage คือ เทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency : RF) ที่กระจายพลังงานความร้อนที่สม่ำเสมอทั่วผิว เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและช่วยให้ผิวแน่น เรียบขึ้น ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาและฟื้นฟูสภาพผิวดังนี้
- กระชับผิวหน้าและผิวบริเวณอื่น ๆ
- แก้หน้าเหี่ยว ผิวไม่เรียบเนียน
- กระชับรูขุมขน ลดไขมันให้หน้าเรียวขึ้น
- ฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว
โดยการทำงานของโปรแกรม Thermage คือการใช้คลื่น RF ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันบางส่วนในรูปแบบก้อนพลังงานขนาดใหญ่ (Bulk heating) ทำให้คอลลาเจนเส้นเดิมหดตัวทันที พร้อมกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนเส้นใหม่ในระยะยาว อีกทั้งยังทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว ส่งผลให้ผิวเฟิร์ม แน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น และดูยกกระชับ ลดสัดส่วนได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
Ulthera vs Thermage เลือกอะไรดี?
แม้โปรแกรม Ulthera และโปรแกรม Thermage จะมีเป้าหมายเดียวกันคือยกกระชับผิว แต่ด้วยรูปแบบพลังงานและระดับความลึกที่แตกต่างกัน ทำให้ทั้งสองเทคโนโลยีเหมาะกับลักษณะผิวและปัญหาที่ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนอาจต้องการยกกระชับชั้นลึก ขณะที่บางคนต้องการลดความหย่อนคล้อย ร่วมกับปรับพื้นผิวหรือไขมันส่วนเกินในบางบริเวณ ไปดูกันว่าโปรแกรม Ulthera vs Thermage มีจุดเด่นต่างกันอย่างไร เพื่อให้เลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวที่สุด
จุดเด่นของโปรแกรม Ulthera
โปรแกรม Ulthera โดดเด่นด้านการยกกระชับผิวชั้นลึก โดยเฉพาะการยิงพลังงานลงถึงระดับ SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า จึงให้ผลลัพธ์ด้านความกระชับที่ชัดเจนกว่าเทคโนโลยีทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้า มีร่องแก้ม หรือร่องน้ำหมาก และต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน การสร้างคอลลาเจนใหม่หลังทำยังช่วยให้ผิวค่อย ๆ แน่นขึ้นในช่วงหลายเดือน ส่งผลให้ใบหน้าดูชัดขึ้น และอ่อนวัยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นของโปรแกรม Thermage
โปรแกรม Thermage มีความโดดเด่นด้านการฟื้นฟูคุณภาพผิว และช่วยลดความหย่อนคล้อยในระดับชั้นหนังแท้และชั้นไขมันบางส่วน พลังงาน RF ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น กระชับรูขุมขน พร้อมกับลดไขมันสะสมใต้ผิว จึงเหมาะกับผู้ที่มีแก้ม หรือเหนียงห้อยที่เกิดจากไขมันส่วนเกิน รวมถึงผู้ที่ต้องการกระชับผิวโดยรวมให้เต่งตึงขึ้น
ยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติด้วยโปรแกรม Ulthera Prime จาก TALISA Clinic
สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวแบบชั้นลึกโดยไม่ต้องผ่าตัด โปรแกรม Ulthera Prime จาก TALISA Clinic คือทางเลือกที่ช่วยฟื้นคืนความกระชับและความอ่อนเยาว์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสที่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ทำให้ผิวเกิดการหดกระชับตั้งแต่หลังทำ และยิ่งกระชับขึ้นเรื่อย ๆ จากการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
โปรแกรม Ulthera Prime ที่ TALISA Clinic ออกแบบการยกกระชับผิวให้ตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ ช่วยแก้ปัญหาร่องแก้ม แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด เหนียง หรือต้องการยกผิวให้ดูตึงขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้น ทุกขั้นตอนดำเนินโดยแพทย์ ทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง
โปรแกรม Ulthera vs Thermage เลือกอย่างไรให้เหมาะกับปัญหาผิว สอบถามได้เลยที่ TALISA Clinic
เมื่อเข้าใจหลักการทำงานและจุดเด่นของโปรแกรม Ulthera และ Thermage จะเห็นได้ว่าทั้งสองเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิว แต่ตอบโจทย์คนละลักษณะปัญหา โปรแกรม Ulthera เหมาะกับการยกกระชับชั้นลึกเพื่อปรับกรอบหน้าให้คมชัด ส่วนโปรแกรม Thermage เหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิว กระชับรูขุมขน และลดความหย่อนคล้อยพร้อมลดไขมันสะสมให้ผิวเฟิร์มมากขึ้น
ที่ TALISA Clinic ให้บริการโปรแกรม Ulthera Prime ได้รับการออกแบบโดยแพทย์ประจำคลินิกเพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยอย่างตรงจุด พร้อมการดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะทั้งปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการของผิวอย่างแท้จริง
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE @talisaclinic
- Instagram : talisaclinic
- Facebook : Talisa clinic
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โปรแกรม Ulthera vs Thermage แบบไหนเจ็บกว่า?
โปรแกรม Ulthera อาจมีความรู้สึกเจ็บมากกว่าเล็กน้อย เพราะยิงพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ส่วน Thermage ให้ความรู้สึกอุ่น ๆ จากคลื่น RF แต่อย่างไรก็ตามเรื่องความรู้สึกเจ็บจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคค
ผลลัพธ์ของทั้งสองโปรแกรมอยู่ได้นานกี่เดือน?
ทั้งโปรแกรม Ulthera และโปรแกรม Thermage ให้ผลลัพธ์ได้นานประมาณ 12-15เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการดูแลหลังทำของแต่ละคน
ใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล
ทั้งสองเทคโนโลยีจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างทันทีหลังทำหัตถการ และจะค่อย ๆ เห็นผลที่ชัดเจนที่สุดภายใน 2-3 เดือนหลังทำ
สามารถทำโปรแกรม Ulthera กับ Thermage ร่วมกันได้ไหม?
สามารถทำโปรแกรม Ulthera กับโปรแกรม Thermage ร่วมกันได้ เพราะทั้งสองเทคโนโลยีออกฤทธิ์ต่างชั้นผิว ช่วยเสริมประสิทธิภาพการยกกระชับและฟื้นฟูผิวให้ครอบคลุมมากขึ้น
References
Lindberg, S. (2021, March 16). Thermage vs. Ultherapy. https://www.healthline.com/health/thermage-vs-ultherapy
Thermage vs. Ulthera vs. Shurink: Which Is Best For You? (n.d.). Gangnam Theme Dermatology. https://themedermatology.com/thermage-vs-ulthera-vs-shurink-which-is-best-for-you/
Thermage Versus Ultherapy: What is the difference? (2023, October 18). Cosmetic Skin Clinic. https://www.cosmeticskinclinic.com/blog/thermage-versus-ultherapy-the-difference/









