ปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ผิวชั้นนอกเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิวชั้นลึกที่หลายคนอาจไม่รู้จัก โดยเฉพาะชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างสำคัญที่ส่งผลต่อความกระชับของใบหน้าโดยตรง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจโครงสร้างผิวหน้าแต่ละชั้น พร้อมไขความลับว่าทำไมการยกกระชับจึงต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจโครงสร้างผิวอย่างแท้จริง
Key Takeaway
- ชั้น SMAS คือเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังและไขมัน ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักที่ยึดเหนี่ยวความกระชับของใบหน้า เมื่อเสื่อมสภาพจะทำให้เกิดปัญหาหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก และเหนียงใต้คาง
- โปรแกรม Ulthera มีหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ (Real time visualisation) ที่สามารถมองเห็นชั้น SMAS ในการยิงทุกชอต ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานประมาณ 1-1.5 ปี
- โปรแกรม Ulthera เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยตั้งเเต่ระดับเล็กน้อยถึงค่อนข้างมาก มีหัวยิง 3 ระดับความลึก (1.5 mm, 3 mm, 4.5 mm) ครอบคลุมทุกชั้นผิวจนถึงชั้น SMAS
SMAS คืออะไร?
ชั้น SMAS คือ เนื้อเยื่อแผ่นบางที่มีชื่อเต็มว่า Superficial Musculo Aponeurotic System ประกอบด้วยเส้นใยคอลลาเจนที่รวมตัวกันเป็นพังผืดเหนียว เชื่อมระหว่างชั้นกล้ามเนื้อใบหน้ากับชั้นผิวหนังด้านบน โดยมีตำแหน่งอยู่ใต้ชั้นผิวหนังและชั้นไขมัน ชั้นเนื้อเยื่อนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่คอยพยุงให้ผิวหน้าคงความกระชับเอาไว้ ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า และยังเป็นชั้นเป้าหมายของเทคโนโลยียกกระชับหน้าแบบต่าง ๆ อีกด้วย
อ่านข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการยกกระชับด้วยโปรแกรม Ultraformer III
SMAS สำคัญอย่างไรต่อโครงสร้างผิวและการยกกระชับ
SMAS Layer เป็นชั้นเนื้อเยื่อที่มีบทบาทอย่างมากต่อความกระชับของใบหน้า เพราะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับชั้นผิวหนังและชั้นไขมันด้านบน เมื่อ SMAS เริ่มเสื่อมสภาพหรือหย่อนยานตามวัยจะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากชัด หรือเหนียงใต้คาง ดังนั้นการยกกระชับที่ตรงจุดจึงต้องเข้าถึงชั้นเนื้อเยื่อนี้โดยตรง ซึ่งทุกวันนี้มีเทคโนโลยีที่สามารถกระตุ้นชั้น SMAS ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น โปรแกรม XERF ซึ่งเป็นคลื่นวิทยุที่เป็น Dual Monopolar RF ที่ยิงถึงชั้น SMAS ได้
ชั้นผิวหนังมีอะไรบ้าง? รู้ลึกเรื่องผิวเพื่อการดูแลอย่างถูกวิธี
รู้หรือไม่ว่าโครงสร้างผิวหนังของใบหน้าประกอบด้วยชั้นหลัก ๆ ที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งประกอบด้วยแต่ละชั้น ดังนี้
- ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ผิวชั้นนอกสุดที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันร่างกายจากแสงแดด ฝุ่นควัน และเชื้อโรค
- ชั้นหนังแท้ (Dermis) ชั้นที่ประกอบด้วยคอลลาเจน อีลาสติน และ Hyaluronic Acid ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและแข็งแรง
- ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสะสมและปกป้องอวัยวะภายใน
- ชั้น SMAS โครงสร้างหลักที่ยึดชั้นผิวหนังและกล้ามเนื้อเข้าด้วยกัน ถ้าเสื่อมสภาพจะทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย
โดยมีหัตถการหลายอย่างรวมถึงโปรแกรม Oligio X ที่ถูกออกแบบมาให้ส่งพลังงานเข้าถึงผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นโครงสร้างผิวตั้งแต่ต้นตอของปัญหา
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมเรื่องโปรแกรม Oligio vs Volnewmer
โปรแกรม Ulthera สร้างการยกกระชับที่ชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด
โปรแกรม Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความถี่สูงส่งพลังงานผ่านชั้นผิวหนังลงไปถึงชั้น SMAS โดยพลังงานจะถูกปล่อยออกมาเป็นจุดเล็ก ๆ เรียงตัวเป็นแนวสม่ำเสมอ สร้างความร้อนใต้ผิวประมาณ 60-70 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนในระดับนี้จะทำให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัว และจัดเรียงตัวใหม่อย่างแน่นหนามากขึ้น
โปรแกรม Ulthera ยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มเติม โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังชั้นบน ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวหน้ายกกระชับ ริ้วรอยดูจางลง ผิวอิ่มฟูเต่งตึงขึ้น ให้ผลใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า ปัจจุบันโปรแกรม Ulthera Prime เป็นเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับให้ดียิ่งขึ้น
ระดับความลึกของหัว Ulthera
โปรแกรม Ulthera ทั้งรุ่น SPT และ Ulthera Prime ใช้เทคโนโลยี MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) ส่งคลื่นอัลตราซาวนด์ความถี่สูงที่มีความเข้มข้นลงไปยังชั้น SMAS โดยหัวยิงมี 3 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5 mm สำหรับชั้นผิวหนังตื้น, 3 mm สำหรับชั้นหนังแท้ และ 4.5 mm สำหรับชั้นลึกระดับ SMAS ซึ่งการมีหัวยิงหลายระดับนี้ทำให้สามารถส่งพลังงานครอบคลุมทุกชั้นผิว ตั้งแต่ชั้นบนจนถึง SMAS ในการทำหัตถการเพียงครั้งเดียว
สิ่งที่แตกต่างระหว่างโปรแกรม Ulthera สองรุ่นคือ หน้าจอแสดงชั้นผิวของ Ulthera Prime มีความละเอียดสูงและขนาดใหญ่ ทำให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างชั้นผิวรวมถึง SMAS ได้ชัดเจนขึ้นขณะทำหัตถการ ซึ่งความสามารถในการมองเห็นชั้น SMAS นี้ช่วยให้การยิงพลังงานเข้าสู่ตำแหน่งเป้าหมายเป็นไปอย่างแม่นยำมากขึ้น
คลิกดูความแตกต่างของโปรแกรม Ultherapy Prime VS Ulthera SPT
ข้อดีของโปรแกรม Ulthera มีอะไรบ้าง?
โปรแกรม Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์ทั่วโลก ด้วยความสามารถในการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นโครงสร้างผิว ซึ่งข้อดีที่โดดเด่นมีดังนี้
- เป็นเทคโนโลยีที่สามารถยิงคลื่นอัลตราซาวนด์ลงลึกถึงชั้น SMAS โดยตรง จึงให้ผลในการยกกระชับใบหน้าได้ค่อนข้างใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า
- ระบบสแกนภาพของโปรแกรม Ulthera ช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างใต้ผิวผ่านหน้าจอแสดงผล ทำให้ยิงพลังงานได้อย่างตรงจุด
- พลังงานที่ส่งลงไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้ใบหน้ายกกระชับขึ้น โดยจะเห็นผลชัดเจนภายใน 1-3 เดือน
- เป็นหัตถการที่ไม่มีแผล ไม่ทำให้ผิวไหม้หรือบวมช้ำ ใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที และยังทำได้หลายส่วนของร่างกาย เช่น ลำคอ ต้นแขน หน้าท้อง
- ผลการยกกระชับคงอยู่ได้นานประมาณ 1-1.5 ปี จึงไม่จำเป็นต้องกลับมาทำซ้ำบ่อย ๆ
โปรแกรม Ulthera เหมาะกับใครบ้าง?
โปรแกรม Ulthera เป็นเทคโนโลยีที่ส่งพลังงานลึกถึงชั้น SMAS จึงตอบโจทย์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะต้องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วหรือป้องกันก่อนที่ SMAS จะเสื่อมสภาพตามวัย โดยเหมาะกับกลุ่มดังนี้
- คนที่เริ่มสังเกตว่าใบหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัดเจน โปรแกรม Ulthera จะส่งพลังงานเข้าไปกระตุ้นชั้น SMAS ช่วยยกกระชับจากชั้นลึก ให้ใบหน้าดูเต่งตึงและมีกรอบหน้าชัดขึ้น
- คนที่มีปัญหาเหนียงหรือคางสองชั้น จากชั้น SMAS ที่หย่อนตัว ซึ่งโปรแกรม Ulthera ได้รับการรับรองจาก USFDA ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาเหนียงและการยกคิ้วที่เริ่มตกหย่อน
- คนที่ยังไม่มีปัญหาแต่ต้องการป้องกันไว้ก่อน สามารถเริ่มทำเพื่อชะลอความหย่อนคล้อยของผิวที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
- คนที่ต้องการดูแลส่วนอื่น ๆ นอกจากใบหน้า สามารถทำได้ทั้งบริเวณลำคอ เนินอก และหน้าอก โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
โปรแกรม Ulthera ยกกระชับผิวอย่างมั่นใจกับการดูแลครบวงจรที่ TALISA Clinic
TALISA Clinic ให้บริการโปรแกรม Ulthera Prime จาก Merz Aesthetics โดยตรง พร้อมประเมินสภาพผิวและชั้น SMAS เป็นรายบุคคล ก่อนทำหัตถการทุกเคส ดูแลโดยแพทย์ตั้งแต่ขั้นตอนการวิเคราะห์โครงสร้างผิว จนถึงการยิงพลังงานเข้าสู่ชั้น SMAS โดยเปลี่ยนหัวยิงใหม่ทุกครั้ง นอกจากนี้ที่ TALISA Clinic ยังมีโปรโมชันที่สามารถทำโปรแกรม Ulthera Prime ควบคู่กับโปรแกรม Ultraformer III หรือโปรแกรม Oligio เพื่อกระตุ้นชั้น SMAS ได้อย่างครอบคลุม ในราคาที่สมเหตุสมผลและมีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ
SMAS ชั้นผิวที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับการดูแลโครงสร้างผิวหน้า
ชั้น SMAS เป็นโครงสร้างสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความกระชับของใบหน้า เมื่อเสื่อมสภาพลงจะทำให้เกิดปัญหาหย่อนคล้อยตามมา การทำความเข้าใจชั้นผิวแต่ละชั้นจึงช่วยให้เลือกวิธีดูแลได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะโปรแกรม Ulthera Prime ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด สำหรับใครที่สนใจปรึกษาและประเมินสภาพผิว TALISA Clinic ให้บริการโปรแกรมหัตถการยกกระชับ ดูแลโดยแพทย์ทุกขั้นตอน โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE @talisaclinic
- Instagram : talisaclinic
- Facebook : Talisa clinic
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ข้อจำกัดของโปรแกรม Ulthera มีอะไรบ้าง?
โปรแกรม Ulthera สามารถใช้ได้กับผิวที่มีความหย่อนคล้อยตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงมาก แต่ข้อจำกัดคือเป็นหัตถการที่มีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับเทคโนโลยียกกระชับชนิดอื่น ๆ
สัญญาณผิวชั้น SMAS ที่หย่อนคล้อยมีอะไรบ้าง?
สัญญาณที่บ่งบอกว่าชั้น SMAS เริ่มเสื่อมสภาพ ได้แก่ แนวกรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัดเจน ร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากที่ลึกขึ้น เหนียงใต้คางที่เริ่มปรากฏ รวมถึงผิวบริเวณแก้มและขากรรไกรที่ดูหย่อนตกลงจากตำแหน่งเดิม ถ้าเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ แสดงว่าโครงสร้างผิวชั้นลึกเริ่มต้องการการดูแล
References
Dr. Ben Talei. (2024, October 29). Beverly Hills Center for Plastic & Laser Surgery. Beverly Hills Center. https://www.beverlyhillscenter.com/blog/what-is-the-smas-and-what-does-it-mean-for-modern-facelifting/
Ho, D. K. (2026, February 2). SMAS Face Lift Australia: Muscle Tightening Explained. Dr Kevin Ho. https://www.drkevinho.com.au/muscle-tightening-face-lift/
Superficial Musculoaponeurotic System – an overview | ScienceDirect Topics. (n.d.). www.sciencedirect.com. https://www.sciencedirect.com/topics/medicine-and-dentistry/superficial-musculoaponeurotic-system








