ปัญหาหางตาตก เป็นจุดที่ทำให้ใบหน้าดูหม่นหมองและดูมีอายุมากกว่าปกติ ซึ่งอาการหางตาตกมักเกิดขึ้นตามวัยที่เพิ่มขึ้นจนผิวรอบดวงตาเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น การปล่อยให้หางตาตกทิ้งไว้นาน อาจส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพรวมถึงความมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกแก้ไขหนังตาตก และความต้องการแก้ปัญหาหนังตาตกเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ซึ่งการรักษาโดยแพทย์จะช่วยเลือกโปรแกรมรักษาที่เหมาะสม หรือเลือกเทคนิคการผ่าตัดที่ตอบโจทย์โครงสร้างดวงตาของแต่ละคนได้อย่างลงตัวที่สุด
Key Takeaway
- หางตาตกมีสาเหตุมาจากความเสื่อมสภาพของผิวหนัง และภาวะหน้าหย่อนคล้อยตามวัยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้คอลลาเจนลดลงจนดวงตาดูเศร้าและไม่สดใส
- การทำโปรแกรมยกกระชับหน้า เช่น โปรแกรม Ultraformer III และโปรแกรม Ulthera Prime เป็นทางเลือกในการจัดการกับปัญหาหางตาตก และแก้หนังตาตกโดยไม่ผ่าตัดที่เห็นผลชัดเจน
- การดูแลปัญหาหางตาตกและการแก้ไขตาตกทุกรูปแบบควรทำหัตถการโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมส่วนกับใบหน้ามากที่สุด
หางตาตกคืออะไร?
หางตาตก (Drooping Outer Eye Corner) คือ รูปแบบของดวงตาที่มีลักษณะบริเวณหางตาลู่ต่ำกว่าหัวตาอย่างเห็นได้ชัด บางกรณีอาจพบร่วมกับลักษณะเปลือกตาหนาจากการมีไขมันสะสมมาก จนส่งผลให้เกิดหนังตาตกลงมาปิดทับบริเวณชั้นตา
ปัญหาหางตาตกมักเป็นผลต่อเนื่องมาจากปัญหาหน้าหย่อนคล้อย และการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่ทำให้หน้าเหี่ยว จนส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูเศร้า ไม่สดใส และดูมีอายุเกินกว่าความเป็นจริง การมีหางตาตกมากเกินไปจึงทำให้สัดส่วนของดวงตาดูไม่สมดุล และส่งผลต่อบุคลิกภาพโดยตรง
หางตาตกมีกี่ประเภท?
การจำแนกรูปแบบดวงตาที่มีความเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นตอนสำคัญในการวิเคราะห์แนวทางการรักษา โดยลักษณะอาการหางตาตกสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
หางตาตกจากกล้ามเนื้อเปลือกตา (Ptosis)
รูปแบบของหางตาตกที่เกิดจากความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยกเปลือกตา ทำให้ขอบตาบนตกลงมาปิดทับดวงตามากกว่าปกติจนเกิดอาการหนังตาตก ส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเพลียและลืมตาได้ไม่เต็มที่ ปัญหาหางตาตกประเภทนี้จะต้องรักษาโดยแพทย์ เพื่อทำการแก้ไขที่โครงสร้างกล้ามเนื้อโดยตรง ซึ่งแตกต่างกับหางตาตกที่สาเหตุมาจากใบหน้าหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียว
หางตาตกจากเปลือกตาหย่อน (Dermatochalasis)
หางตาตกจากเปลือกตาหย่อน หรือ Dermatochalasis คือภาวะที่ผิวหนังบริเวณเปลือกตามีความหย่อนคล้อย ทำให้หนังตาย่นและตกลงมาบริเวณหางตา ส่งผลให้รูปตาดูลู่ลงและดูไม่สดใส หางตาตกลักษณะนี้มักพบร่วมกับปัญหาหน้าหย่อนคล้อย และอาการหนังตาตกจากวัยที่เพิ่มขึ้น การแก้หนังตาตกในกลุ่มนี้จะเน้นการจัดการความหย่อนของผิวหนังเป็นหลัก
ลักษณะอาการของหนังตาตกและหางตาตกที่พบบ่อย
การสังเกตความเปลี่ยนแปลงรอบดวงตาสามารถทำได้ด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบระดับความรุนแรงของปัญหาหางตาตก โดยอาการที่มักพบได้บ่อยมีลักษณะดังต่อไปนี้
- ตำแหน่งหางตาอยู่ต่ำกว่าหัวตาอย่างชัดเจน ทำให้ทรงดวงตาดูคว่ำลง และมีปัญหาหางตาตกที่มองเห็นได้ชัดเจน
- ผิวหนังบริเวณเปลือกตาหย่อนลงมาปิดชั้นตาเดิม จนเกิดอาการตาตก ทำให้ดวงตามีสัดส่วนที่เล็กลง
- มีชั้นผิวหนังส่วนเกินกองรวมกันที่หางตา และมักเกิดรอยตีนกาลึก ร่วมกับปัญหาหางตาตกจากความเสื่อมสภาพของผิว
- ความหนาของเปลือกตาบนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการตาตก และเริ่มบดบังทัศนวิสัยบริเวณมุมตาด้านนอก
- ลักษณะดวงตาดูเศร้าและเหนื่อยล้าตลอดเวลา จากปัญหาหนังตาหย่อน ที่ส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพโดยตรง
หางตาตกเกิดจากสาเหตุอะไร?
หางตาตก หนังตาตกเกิดจากอะไร? ปัญหานี้มีปัจจัยกระตุ้นที่หลากหลาย ซึ่งส่งผลต่อรูปทรงดวงตาโดยตรง โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดลักษณะหางตาตกมีดังต่อไปนี้
- โครงสร้างดวงตาและกระดูกโหนกคิ้ว ลักษณะโครงสร้างดวงตาตามธรรมชาติที่กระดูกเบ้าตาโค้งลง หรือโหนกคิ้วหนา จะกดทับให้เนื้อเยื่อส่วนปลายตาลาดเอียงต่ำกว่าหัวตา ซึ่งเกิดจากพันธุกรรมที่กำหนดรูปทรงของใบหน้ามาตั้งแต่ต้น ทำให้ดวงตาดูเศร้าและไม่สมส่วนได้
- การสะสมของไขมันและเนื้อส่วนเกิน การมีเนื้อเปลือกตามากเกินไป หรือมีไขมันสะสมหนาแน่นบริเวณหางตา จะสร้างน้ำหนักกดทับลงมาที่ขอบตาบน โดยแรงโน้มถ่วงที่ดึงรั้งเนื้อเยื่อเหล่านี้ให้ห้อยย้อยลงมาจะบดบังชั้นตา จนเห็นเป็นรอยพับที่ดูหนาเทอะทะ และส่งผลให้เกิดปัญหาหางตาตกในเวลาต่อมา
- ความเสื่อมสภาพตามวัย เมื่ออายุมากขึ้นผิวหนังจะสูญเสียความยืดหยุ่นจนเกิดปัญหาหน้าหย่อนคล้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปริมาณคอลลาเจนที่ลดลงทำให้ผิวรอบดวงตาหย่อนยานจนเกิดลักษณะ หางตาตก การแก้หนังตาตกหรือหางตาตกจะต้องเลือกใช้โปรแกรมเพื่อช่วยลดริ้วรอย จึงมีความสำคัญในการช่วยพยุงผิวส่วนนี้ให้กลับมาดูยกกระชับ
- พฤติกรรมทำร้ายผิว การขยี้ตาแรง ๆ หรือการเช็ดเครื่องสำอางด้วยความรุนแรงสะสมเป็นเวลานาน ส่งผลให้เส้นใยใต้ผิวหนังฉีกขาด ผิวหนังจึงสูญเสียแรงสปริงตัวจนเริ่มยืดออก และตกลงมาบดบังแนวหางตาในที่สุด ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่เร่งให้เกิดปัญหาหางตาตกได้เร็วยิ่งขึ้น
หางตาตก รักษายังไงดี?
การรักษาหางตาตกสามารถวางแนวทางการดูแลได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับระดับของปัญหาและโครงสร้างเปลือกตา การประเมินอย่างละเอียดช่วยให้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับลักษณะของหนังตาหย่อน และความต้องการในการแก้ไข โดยวิธีแก้ตาตก หางตาตกจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ เช่น
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
การรักษาผ่านโปรแกรมต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาหางตาตกโดยไม่ต้องพึ่งพาการศัลยกรรม เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในปัจจุบัน เช่น โปรแกรม Ultraformer III และโปรแกรม Ulthera Prime ซึ่งเป็นนวัตกรรมยกกระชับหน้าที่ส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิว เพื่อฟื้นฟูผิวรอบดวงตาให้มีความตึงกระชับมากขึ้น
การทำหัตถการโดยแพทย์จะช่วยให้การแก้หนังตาตกโดยไม่ผ่าตัดได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ผิวบริเวณหางตาจะค่อย ๆ ยกตัวขึ้นจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง ซึ่งถือเป็นวิธีแก้หนังตาตกโดยไม่ศัลยกรรมที่สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานเหมือนกับการรักษาแบบผ่าตัด เพื่อจัดการกับปัญหาหางตาตกที่เกิดขึ้นตามวัย
การรักษาแบบผ่าตัด
สำหรับกรณีที่พบปัญหาหางตาตกขั้นรุนแรง หรือมีเนื้อผิวหนังส่วนเกินปริมาณมากจนบดบังชั้นตาเดิม การรักษาโดยแพทย์ด้วยวิธีการดึงหางตา หรือการยกหางตา จะเป็นทางเลือกที่ช่วยปรับโครงสร้างรอบดวงตาได้อย่างถาวรมากยิ่งขึ้น ขั้นตอนการรักษาจะมีการตัดหนังตาในส่วนที่หย่อนยานทิ้งไป เพื่อเปิดให้ดวงตามีสัดส่วนที่โตและเฉี่ยวคมขึ้นอย่างสมดุล
หากมีปัญหาหนังตาตก การแก้ไขด้วยการศัลยกรรมเป็นแนวทางที่ตรงจุด สำหรับผู้ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงชัดเจนในระยะยาว แต่การรักษาหางตาตกด้วยการผ่าตัดควรทำกับแพทย์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
แก้หนังตาตกด้วยวิธีธรรมชาติได้ไหม?
หลายคนอาจสงสัยว่าการจัดการกับปัญหาหางตาตกด้วยตนเองสามารถทำได้จริงหรือไม่ แม้ว่าผลลัพธ์จะไม่ชัดเจนเท่าการรักษาโดยแพทย์ แต่การดูแลเบื้องต้นก็มีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของผิวรอบดวงตาได้ โดยวิธีแก้หนังตาตกแบบธรรมชาติ มีดังนี้
- การนวดคลึงผิวหนังรอบดวงตาอย่างเบามือเป็นประจำ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีแก้หนังตาตกที่ช่วยลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ และช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาหางตาตกดูรุนแรงขึ้นจากอาการบวมน้ำสะสม
- การบริหารกล้ามเนื้อดวงตาด้วยการกรอกตา หรือการพยายามลืมตาให้กว้าง สลับกับหลับตาแน่น ถือเป็นวิธีแก้หนังตาตกโดยไม่ศัลยกรรมที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อพยุงเปลือกตา ซึ่งอาจช่วยให้ลักษณะหางตาตกที่เกิดจากความเหนื่อยล้าดูลดลงได้บ้าง
- การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนและสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้ผิวหนังรอบดวงตา เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้หนังตาตกที่ช่วยชะลอการเกิดปัญหาหางตาตกจากความเสื่อมวัยได้ในระยะยาว
- การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการใช้สายตาหน้าจอเป็นเวลานาน จะช่วยลดความตึงเครียดของผิวรอบดวงตา ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้หางตาตกดูลึกชัดมากขึ้น
หางตาตก แก้ได้ด้วยหัตถการการแพทย์ที่ TALISA Clinic
TALISA Clinic มุ่งเน้นการแก้ปัญหาหนังตาตกและหางตาตกด้วย โปรแกรม Ultraformer III ซึ่งส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยให้ผิวรอบดวงตาที่เคยมีปัญหาหางตาตกกลับมายกกระชับขึ้นอย่างชัดเจนมากกว่าเทคโนโลยีทั่วไปถึง 5 เท่า พร้อมช่วยลดเลือนริ้วรอยใต้ตาให้ดูจางลง โดยปัจจุบันมีโปรโมชันพิเศษสำหรับการจัดการหางตาตกด้วยโปรแกรม Ultraformer III จำนวน 400 Shots ควบคู่กับโปรแกรม Botox ในราคาเพียง 9,990 บาท เพื่อผลลัพธ์ดวงตาที่ดูเปิดกว้าง และสดใสยิ่งขึ้น
สำหรับการยกระดับการรักษาหนังตาตกและหางตาตกที่มีความแม่นยำ TALISA Clinic พร้อมให้บริการด้วยโปรแกรม Ulthera Prime ที่มีหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้แพทย์ส่งพลังงานลงลึกเพื่อแก้ไขปัญหาหางตาตกได้ตรงจุด ในราคาเริ่มต้น 26,000 บาท พร้อมรับฟรี! โปรแกรม Ultraformer III นอกจากนี้ยังมีเครื่องยกกระชับหน้ารุ่นอื่น ๆ เช่น โปรแกรม Oligio ที่จะช่วยเสริมให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยกลับมามีความยืดหยุ่น และช่วยดูแลปัญหาหางตาตกได้ดียิ่งขึ้น เมื่อทำควบคู่กันในราคาพิเศษ 42,990 บาท ทำหัตถการโดยแพทย์ทุกขั้นตอน
หางตาตก ดูแลด้วยโปรแกรมที่ไม่ต้องผ่าตัด TALISA Clinic
การมีลักษณะหางตาตกส่งผลให้ดวงตาดูไม่สดใสและบดบังเสน่ห์บนใบหน้า TALISA Clinic ยินดีดูแลและแก้ไขตาตก เพื่อจบปัญหาหางตาตกด้วยการเลือกใช้โปรแกรมแก้หนังตาตกโดยไม่ผ่าตัดที่ทันสมัย ทุกเคสที่มีปัญหาหางตาตกจะได้รับการรักษาและทำหัตถการโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อวิเคราะห์แนวทางจัดการหางตาตกให้เหมาะสมกับโครงหน้ามากที่สุด การดูแลหางตาตกอย่างถูกจุดจะช่วยปรับใบหน้าที่เคยดูอ่อนล้าจากภาวะหางตาตกให้กลับมาดูดีและมีความมั่นใจอีกครั้งที่ TALISA Clinic
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- LINE @talisaclinic
- Instagram : talisaclinic
- Facebook : Talisa clinic
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หนังตาตกหรือหางตาตกข้างเดียว อันตรายไหม?
หางตาตกหรือหนังตาตกข้างเดียวเกิดจากหลายปัจจัย หากไม่มีอาการผิดปกติอื่นมักไม่อันตราย แต่ในบางกรณีอาจสัมพันธ์กับภาวะหนังตาหย่อนคล้อย หรือความผิดปกติของกล้ามเนื้อ ควรประเมินเพื่อวางแนวทางแก้ไขตาตกให้เหมาะสม
บริหารกล้ามเนื้อตาช่วยแก้หางตาตกได้จริงไหม?
การบริหารกล้ามเนื้อตาอาจช่วยบรรเทาแก้หางตาตกจากความล้า หรือการใช้งานสายตาหนัก แต่ไม่สามารถแก้ไขหางตาตกที่เกิดจากหนังตาหย่อนคล้อยหรือโครงสร้างเปลือกตาได้ทั้งหมด
การขยี้ตาบ่อย ๆ ทำให้หนังตาตกจริงไหม?
การขยี้ตาซ้ำ ๆ สามารถเร่งให้ผิวเปลือกตาเกิดการยืดตัว ทำให้หนังตาตกและหางตาตกชัดขึ้นในระยะยาว จึงควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาในอนาคต
References
David Turbert. (2024, Nov. 11). What Is Ptosis?. American Academy of Ophthalmology. https://www.aao.org/eye-health/diseases/what-is-ptosis
Chris Haupert. (n.d.). Ptosis. Cedars Sinai. https://www.cedars-sinai.org/health-library/diseases-and-conditions/p/ptosis.html
Lions Eye Institute. (n.d.). What is ptosis?. https://www.lei.org.au/services/eye-health-information/ptosis/









